Page 183 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 183

ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ





          มหาดไทย ที่ มท ๐๒๐๓.๑/ว ๓๒๘๐ ลงวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๔๑ โดยในการประเมินแม้มีการจัดแบ่งข้าราชการ
          ออกเป็น ๒ กลุ่มก็ตาม แต่ก็ใช้หลักเกณฑ์เดียวกันและพิจารณาครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ทุกด้าน ซึ่งการเปรียบเทียบวัด
          ค่าคะแนนแยกกลุ่มกันระหว่างข้าราชการระดับ ๘ กับระดับ ๗ ย่อมเป็นธรรมกับข้าราชการในแต่ละกลุ่มแล้ว ดังนั้น

          จึงเห็นว่าการประเมินผลการปฏิบัติงานในการพิจารณาแต่งตั้งครั้งนี้ไม่เป็นการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้ฟ้องคดี
          แต่อย่างใด




                       ๘) การที่ผู้ถูกฟ้องคดีมีมติให้ผู้ยื่นค�าขอเลื่อนต�าแหน่งรายอื่นซึ่งด�ารงต�าแหน่งในลักษณะเดียวกัน
          กับผู้ฟ้องคดีสามารถยื่นค�าขอได้โดยมิได้ให้บุคคลเหล่านั้นจัดท�าวิสัยทัศน์ประกอบการพิจารณาเช่นเดียวกับผู้ฟ้อง

          คดี เป็นการเลือกปฏิบัติ (ค�าพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ อ.๔๑/๒๕๕๒)
                           ผู้ฟ้องคดีซึ่งด�ารงต�าแหน่งรองปลัดเทศบาล (นักบริหารงานเทศบาล ๖) รักษาการในต�าแหน่งปลัด
          เทศบาลต�าบล พ. ฟ้องว่าได้ขอเลื่อนต�าแหน่งเป็นปลัดเทศบาล แต่คณะกรรมการพนักงานเทศบาลจังหวัดจันทบุรี (ผู้ถูก

          ฟ้องคดี) ได้มีมติโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ในการประชุมครั้งที่ ๔/๒๕๔๖ เมื่อวันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๔๖ ให้ผู้ฟ้องคดีต้อง
          จัดท�าวิสัยทัศน์เพื่อประกอบการพิจารณาให้ความเห็นชอบในการเข้าสู่ต�าแหน่งปลัดเทศบาล (นักบริหารงานเทศบาล ๖)
          ขอให้เพิกถอนมติดังกล่าว



                           ศาลปกครองสูงสุดวินิจฉัยว่า ประกาศของผู้ถูกฟ้องคดีเรื่องหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเลื่อนระดับและ

          แต่งตั้งนักบริหารงานเทศบาลสายงานนักบริหารระดับ ๕ และต�าแหน่งนักบริหารการศึกษาระดับ ๖ ให้ด�ารงต�าแหน่ง
          สูงขึ้น ลงวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๔๕ มีสถานะเป็นกฎตามมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯ ซึ่งผู้ฟ้อง
          คดีจะต้องผูกพันต่อหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามที่ตนได้ก�าหนดขึ้นอยู่ตลอดไปตราบที่ยังไม่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง

          หลักเกณฑ์นั้น การที่ผู้ถูกฟ้องคดีได้ก�าหนดหลักเกณฑ์ที่ให้ผู้ฟ้องคดีจัดท�าวิสัยทัศน์เพื่อประกอบการพิจารณาให้ความ
          เห็นชอบอันเป็นการตรวจสอบเกณฑ์ด้านความสามารถของผู้ฟ้องคดีอีกครั้งหนึ่ง ทั้งที่ผู้ฟ้องคดีด�ารงต�าแหน่งนักบริหาร

          งานเทศบาล ๖ อันเป็นต�าแหน่งและระดับเดียวกันกับต�าแหน่งปลัดเทศบาลและตามมาตรฐานก�าหนดต�าแหน่งดังกล่าว
          ที่คณะกรรมการกลางพนักงานเทศบาลก�าหนดก็ได้ ก�าหนดให้ผู้ซึ่งด�ารงต�าแหน่งนักบริหารงานเทศบาล ๖ มีหน้าที่และ
          ความรับผิดชอบปฏิบัติงานในฐานะรองปลัดเทศบาลหรือปลัดเทศบาลก็ได้ จึงเป็นการสร้างขั้นตอนโดยไม่จ�าเป็นและ

          เป็นการด�าเนินการนอกเหนือจากหลักเกณฑ์และเงื่อนไขตามประกาศก�าหนด การกระท�าของผู้ถูกฟ้องคดีจึงขัดต่อหลัก
          ความชอบด้วยกฎหมายของการกระท�าทางปกครอง นอกจากนั้น การที่ผู้ถูกฟ้องคดีมีมติเห็นชอบให้ผู้ยื่นค�าขอรายอื่น
          ซึ่งด�ารงต�าแหน่งในลักษณะเดียวกันกับผู้ฟ้องคดีที่ยื่นค�าขอในล�าดับก่อนและหลังผู้ฟ้องคดีโดยมิได้ให้บุคคลดังกล่าว

          จัดท�าวิสัยทัศน์ประกอบการพิจารณาแต่อย่างใด กรณีจึงเห็นได้ว่าผู้ถูกฟ้องคดีได้ปฏิบัติต่อบุคคลประเภทเดียวกันให้
          แตกต่างกันในสาระส�าคัญอันเป็นการเลือกปฏิบัติ อีกทั้งข้อเท็จจริงยังปรากฏว่าผู้ฟ้องคดีได้ปฏิบัติงานในฐานะปลัด
          เทศบาลตั้งแต่ด�ารงต�าแหน่งนักบริหารงานเทศบาล ๕ มาโดยตลอดจนกระทั่งปัจจุบัน และผู้ด�ารงต�าแหน่งปลัดเทศบาล

          และรองปลัดเทศบาลที่ด�ารงต�าแหน่งในสายงานนักบริหารเทศบาลในระดับ ๖ เช่นเดียวกันสามารถโอนเปลี่ยนกันได้
          จึงเห็นได้ว่าทั้งสองต�าแหน่งต้องการผู้มีความรู้ความสามารถไม่แตกต่างกัน ดังนั้น การกระท�าของผู้ถูกฟ้องคดีย่อมถือได้

          ว่าเป็นการเลือกปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมขัดต่อหลักความเสมอภาค มติของผู้ถูกฟ้องคดีที่ให้ผู้ฟ้องคดีจัดท�าวิสัยทัศน์ประกอบ
          การพิจารณาก่อนเข้าสู่ต�าแหน่งปลัดเทศบาลจึงไม่ชอบด้วยกฎหมายและการไม่พิจารณาให้ความเห็นชอบตามค�าขอของ
          ผู้ฟ้องคดีจึงเป็นการละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายก�าหนดให้ต้องปฏิบัติ ตามมาตรา ๑๕ วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา ๒๓





                                                        182
   178   179   180   181   182   183   184   185   186   187   188