Page 89 - รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการวิจัยเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
P. 89

P a ge  | 77




               พัฒนาการของแนวทางการคุมครองสิทธิมนุษยชนในภูมิภาคอเมริกา เพียงแตคําชี้ขาดดังกลาวไมมีผลผูกพัน
               และไมสามารถบังคับการเยียวยาความเสียหายหรือกําหนดบทลงโทษได



                        อนึ่ง หากประชาชนผูใดหรือกลุมใดตองการรองเรียนถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือมีขอพิพาท
               เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน ประชาชนผูนั้นหรือกลุมนั้นไมสามารถยื่นขอพิพาทตอศาลสิทธิมนุษยชนของภูมิภาค

               อเมริกาไดเองโดยตรง เนื่องจากผูมีสิทธิรองตอศาลสิทธิมนุษยชนของภูมิภาคอเมริกา ไดแก รัฐภาคี และ

                                                               7
               คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของภูมิภาคอเมริกาเทานั้น  สวนองคกรที่ประชาชนของรัฐภาคีสามารถยื่นขอ
               รองเรียนหรือขอพิพาทเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนไดเองโดยตรง คือ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของ

               ภูมิภาคอเมริกา  ซึ่งคณะกรรมการจะดําเนินการพิจารณาวาเปนกรณีที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม หาก
                            8
               เปนกรณีที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน คณะกรรมการจะพยายามหาหนทางในการยุติขอพิพาท โดย

                                                                                                        9
               คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของภูมิภาคอเมริกาเปนผูมีดุลพินิจในการพิจารณาสงขอพิพาทดังกลาวขึ้นสูศาล

                        ทั้งนี้ เนื่องจากการยื่นขอพิพาทตอศาลเปนดุลพินิจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของภูมิภาค

               อเมริกาหรือรัฐภาคี ซึ่งมีหลายกรณีที่คณะกรรมการไมไดนําสงขอพิพาทขึ้นสูศาลตอไป จึงทําใหในหลายกรณีที่

               เปนประเด็นนาสนใจยังไมมีคําชี้ขาดของศาลสิทธิมนุษยชนของภูมิภาคอเมริกาอันจะมีผลผูกพันคูความ แตมี
               เพียงรายงานและขอเสนอแนะของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของภูมิภาคอเมริกาเทานั้น


                   3.2.2 คําวินิจฉัยของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน และคําพิพากษาของศาลสิทธิมนุษยชนแหงภูมิภาค

               อเมริกาที่เกี่ยวของกับสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดลอม



                        เนื่องจากปญหาสิ่งแวดลอมไดสงผลกระทบตอชีวิตและความเปนอยูของมนุษย ไมวาจะเปนปญหา
               มลพิษซึ่งเปนอันตรายตอชีวิตหรือรางกายของมนุษย กอใหเกิดโรครายหรืออาการเจ็บปวย อีกทั้งยังกระทบตอ

               ความเปนอยูของชนพื้นเมืองที่มีวิถีชีวิตและวัฒนธรรมสัมพันธใกลชิดกับธรรมชาติ จึงทําใหเกิดขอพิพาททาง
               สิ่งแวดลอมขึ้น



                        ในตอนแรก อนุสัญญาวาดวยสิทธิมนุษยชนแหงอเมริกายังไมไดมีการบัญญัติรับรองหรือคุมครอง
               สิทธิในสิ่งแวดลอม (Right to Environment) ไวโดยตรง สิทธิในสิ่งแวดลอมจึงยังไมใชสิทธิมนุษยชนในตัวเอง

               ดังนั้น การที่ผูเสียหายตองการนําขอพิพาททางสิ่งแวดลอมมารองตอคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของภูมิภาค

               อเมริกาหรือศาลสิทธิมนุษยชนของภูมิภาคอเมริกา จึงไมสามารถกลาวอางเพียงแความีการละเมิดสิทธิใน




                       7  American Convention on Human Rights, Art. 61.1.

                       8  American Convention on Human Rights, Art. 44.

                       9  American Convention on Human Rights, Art. 48 - 51.
   84   85   86   87   88   89   90   91   92   93   94