Page 93 - รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการวิจัยเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
P. 93

P a ge  | 81




               เปนเหตุใหผูอยูอาศัยในบริเวณใกลเคียงประสบปญหาอาการเจ็บปวยมากมาย อาทิ โรคทางผิวหนัง ผื่นคัน
                                        16
               หรือการติดเชื้อเรื้อรัง เปนตน


                            คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของภูมิภาคอเมริกาไดมีการกลาวไวในรายงานโดยเนนย้ําถึง
               ความสัมพันธระหวางสิทธิในการมีชีวิตและคุณภาพของสิ่งแวดลอม (“The realization of the right to life,

               and to physical security and integrity is necessarily related to and in some ways dependent

                                                   17
               upon one’s physical environment.”)  ทั้งยังไดกลาวดวยวาการบกพรองของรัฐในการออกระเบียบหรือ
               มาตรการเพื่อปองกันปญหารายแรงเกี่ยวกับสิ่งแวดลอมอาจเปนการละเมิดสิทธิมนุษยชนอันไดรับความ

               คุมครองภายใตอนุสัญญาวาดวยสิทธิมนุษยชนแหงอเมริกาได
                                                                 18

                            แนวทางการตีความของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของภูมิภาคอเมริกาในรายงานฉบับนี้มี

               ความชัดเจนในการเชื่อมโยงคุณภาพของสิ่งแวดลอมเขากับสิทธิมนุษยชนมากกวาในคดี Yanomami แต
               คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของภูมิภาคอเมริกายังคงอางอิงเรื่องสิ่งแวดลอมเขากับสิทธิในการมีชีวิต โดยไมได

               แยกสิทธิในสิ่งแวดลอมออกมาเปนสิทธิมนุษยชนประเภทหนึ่งในตัวเอง


                        3.2.2.2 การตีความวาการทําใหเกิดความเสื่อมโทรมแกสิ่งแวดลอมเปนการละเมิดตอสิทธิในการ

               มีชีวิตในสิ่งแวดลอมที่ดี (Right to Live in a Healthy Environment)


                               แมจากแนวปฏิบัติที่ผานมาดังไดกลาวขางตน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของภูมิภาค

               อเมริกาจะอาศัยการอางอิงสิทธิในการมีชีวิตเพื่อตัดสินวาปญหาทางสิ่งแวดลอมซึ่งเปนกรณีพิพาทมีการละเมิด

               สิทธิมนุษยชน โดยยังไมมีแนวทางการตัดสินวาสิทธิในสิ่งแวดลอมเปนสิทธิมนุษยชนอันไดรับความคุมครอง
               ภายใตอนุสัญญาวาดวยสิทธิมนุษยชนแหงอเมริกา อยางไรก็ดี ในป ค.ศ. 1999 พิธีสารซานซัลวาดอรไดมีผล

               บังคับใช ซึ่งพิธีสารฉบับนี้ไดมีการรับรองถึงสิทธิในการมีชีวิตในสิ่งแวดลอมที่ดี (Right to Live in a Healthy
               Environment) ไวใน มาตรา 11 จึงทําใหมีประเด็นที่นาพิจารณาวา การบัญญัติโดยใชถอยคําในลักษณะเชนนี้

               ถือไดวาเปนการรับรองสิทธิในสิ่งแวดลอม (Right to Environment) ขึ้นมาเปนสิทธิมนุษยชนประเภทหนึ่ง

               แลวหรือไม


                               ทั้งนี้ หากพิจารณาถอยคําใน มาตรา 11 ที่วา “Everyone shall have the right to live

               in a healthy environment and to have access to basic public services.” (มนุษยทุกคนยอมมีสิทธิ


                       16  Dinah Shelton, Human Rights and the Environment: Substantive Rights, RESEARCH HANDBOOK
               ON INTERNATIONAL ENVIRONMENTAL LAW (2011) at 272.

                       17  Report on the Situation of Human Rights in Ecuador, at 88.

                       18  อางแลว.
   88   89   90   91   92   93   94   95   96   97   98