Page 88 - รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการวิจัยเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
P. 88

76 | P a ge




               ของ NGO เปนการแสดงความเห็นเพื่อปกปองคุมครองสิ่งแวดลอมโดยสุจริต แตจะตองอยูบนพื้นฐานขอมูลที่
               นาเชื่อถือไดมิใชการกลาวอางลอยๆ เพื่อใหเกิดความเสียหายตอผูที่ถูกกลาวหา ดังนั้น องคกรภาครัฐจะตอง

               เคารพสิทธิในการเผยแพรขาวสารและความคิดโดยสุจริตใจบนพื้นฐานขอเท็จจริงดวย


               3.2 การบังคับใชสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดลอมขององคการระหวางประเทศดานสิทธิมนุษยชนแหง

               ภูมิภาคอเมริกา


                   3.2.1 ศาลสิทธิมนุษยชนแหงภูมิภาคอเมริกา (Inter-American Court of Human Rights)



                        อนุสัญญาหลักในการคุมครองสิทธิมนุษยชนของภูมิภาคอเมริกา ไดแก อนุสัญญาวาดวยสิทธิ
               มนุษยชนแหงอเมริกา (The American Convention on Human Rights) ซึ่งไดกําหนดกรอบพันธกรณีของ

               รัฐภาคีในการที่จะตองรับรองและคุมครองสิทธิมนุษยชนประเภทตางๆ เชน สิทธิในการมีชีวิต (Right to Life)

               สิทธิในการไดรับการปฏิบัติอยางมีมนุษยธรรม (Right to Humane Treatment) และสิทธิในเสรีภาพสวน
               บุคคล (Right to Personal Liberty) เปนตน นอกจากนี้ เพื่อใหสิทธิมนุษยชนภายใตอนุสัญญาฉบับนี้ไดรับ

               การคุมครองและสามารถบังคับไดอยางมีประสิทธิภาพ จึงมีระบบการคุมครองสิทธิมนุษยชนของภูมิภาค
               อเมริกา (Inter-American System of Human Rights) อันประกอบดวยองคกรหลักที่มีบทบาทในการ

               คุมครองสิทธิมนุษยชน 2 องคกร ไดแก ศาลสิทธิมนุษยชนของภูมิภาคอเมริกา (Inter-American Court of

               Human Rights) และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของภูมิภาคอเมริกา (Inter-American Commission on
               Human Rights)
                             3


                        ทั้งนี้ แมทั้งสององคกรจะมีบทบาทในการพิจารณาขอพิพาทเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน แต
               คําวินิจฉัยของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของภูมิภาคอเมริกาจะมีสถานะเปนเพียงขอเสนอแนะ

               (Recommendation)  ในขณะที่คําชี้ขาดของศาลสิทธิมนุษยชนของภูมิภาคอเมริกาจะมีสถานะเปนคํา
                                  4
                                                                                       5
               พิพากษาผูกพันคูพิพาทซึ่งเปนรัฐภาคีของอนุสัญญาวาดวยสิทธิมนุษยชนแหงอเมริกา  และสามารถกําหนด
               คาชดเชยซึ่งจําเลยที่แพคดีจะตองชดใชใหแกผูเสียหายได  อยางไรก็ดี คําชี้ขาดของคณะกรรมการสิทธิ
                                                                  6
               มนุษยชนของภูมิภาคอเมริกา แมจะมีสถานะเปนเพียงขอเสนอแนะ แตก็มีความสําคัญในการแสดงใหเห็นถึง






                       3  American Convention on Human Rights, Nov. 22, 1969, 1144 U.N.T.S. 12, 9 I.L.M. 673 (entered
               into force July 18, 1978), Art. 33.

                       4  American Convention on Human Rights, Art. 41.

                       5  American Convention on Human Rights, Art. 62.

                       6  American Convention on Human Rights, Art. 63.
   83   84   85   86   87   88   89   90   91   92   93