Page 94 - รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการวิจัยเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
P. 94

82 | P a ge




               ในการมีชีวิตอยูในสิ่งแวดลอมที่ดีและยอมมีสิทธิในการเขาถึงบริการสาธารณะขั้นพื้นฐาน) จะเห็นไดวาพิธีสาร
               ซานซัลวาดอรใหความสําคัญและใหความคุมครองเกี่ยวกับสิ่งแวดลอม แตยังคงยึดโยงอยูกับการมีชีวิตของ

               มนุษย ซึ่งเปนลักษณะของสิทธิในการมีชีวิต (Right to Life) อันเปนสิทธิมนุษยชนที่ไดรับการรับรองโดยทั่วไป
               อยูแลว เชนนี้แลวจึงยังคงไมอาจสรุปอยางชัดแจงไดวาบทบัญญัติใน มาตรา 11 ของพิธีสารซานซัลวาดอรได

               ใหการรับรองแกสิทธิในสิ่งแวดลอม (Right to Environment) อยางเปนเอกเทศ เปนสิทธิมนุษยชนประเภท

               หนึ่งเปนการเฉพาะ


                               อยางไรก็ดี ขอสังเกตของบทบัญญัติตาม มาตรา 11 คือ การบัญญัติรับรองสิทธิในการมีชีวิต

               ในสิ่งแวดลอมที่ดีนี้ไมไดมีถอยคําเชื่อมโยงการคุมครองสิทธิในสิ่งแวดลอมใหตองมีการพิจารณาควบคูไปกับ
               ปจจัยทางเศรษฐกิจหรือการพัฒนา อันเปนจุดที่ทําใหสิทธิในสิ่งแวดลอมภายใตระบบการคุมครองสิทธิ

               มนุษยชนของภูมิภาคอเมริกาแตกตางกับของภูมิภาคแอฟริกา ซึ่งมีแนวทางการคุมครองสิทธิในสิ่งแวดลอมโดย

                                                19
               ตองคํานึงถึงการพัฒนาของประเทศดวย

                               แมในคําตัดสินคดี Yanomami หรือในรายงานวาดวยสถานการณสิทธิมนุษยชนในประเทศ

               เอกวาดอร คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนยังไมมีการรับรองสิทธิในสิ่งแวดลอมในฐานะเปนสิทธิมนุษยชน
               ประการหนึ่งในตัวเอง โดยยังคงอางอิงการละเมิดสิทธิในการมีชีวิตเพื่อแสดงถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนอยูก็

               ตาม แตคดี Yanomami ไดเกิดขึ้นในป ค.ศ. 1989 และรายงานวาดวยสถานการณสิทธิมนุษยชนในประเทศ

               เอกวาดอรไดทําขึ้นในป ค.ศ. 1997 อันเปนชวงเวลากอนที่พิธีสารซานซัลวาดอรมีผลบังคับใชในป ค.ศ. 1999
               ซึ่งในชวงเวลากอนการมีผลบังคับใชของพิธีสารซานซัลวาดอรนั้น อนุสัญญาวาดวยสิทธิมนุษยชนแหงอเมริกา

               ยังไมมีการกลาวรับรองถึงสิทธิในสิ่งแวดลอม แตในปจจุบันพิธีสารซานซัลวาดอรมีผลบังคับใชแลว แนว
               ทางการตีความเมื่อเกิดปญหาสิ่งแวดลอมนาจะเปลี่ยนแปลงไปใหสอดคลองกับพิธีสารซานซัลวาดอร จึงยังคง

               ตองพิจารณาตอไปวา ในอนาคตจะมีแนวทางคําตัดสินหรือคําพิพากษาตีความสิทธิที่ไดรับการรับรองตาม
               มาตรา 11 นี้เปนสิทธิในสิ่งแวดลอม (Right to Environment) ในฐานะสิทธิมนุษยชนประเภทหนึ่งโดย

               เอกเทศจากสิทธิในชีวิตหรือไม เนื่องจากถอยคําที่ใช ยังคงสะทอนถึงการเชื่อมโยงการคุมครองสิ่งแวดลอมเขา

               กับสิทธิในการมีชีวิต ซึ่งเปนสิทธิมนุษยชนที่ไดรับการรับรองอยูแลว


                               กลาวโดยสรุป จากการศึกษาแนวทางการตีความหรือตัดสินขอพิพาทเกี่ยวกับสิ่งแวดลอม

               ขางตน เห็นไดวาภูมิภาคอเมริกาไดมีพัฒนาการเกี่ยวกับการคุมครองสิทธิในสิ่งแวดลอมอยางตอเนื่อง จากการ
               อาศัยการอางอิงสิทธิในการมีชีวิตโดยไมไดมีการเชื่อมโยงเขากับสิ่งแวดลอมไวอยางชัดเจน ในคดี Yanomami

               v. Brazil จนตอมาคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนไดวางแนวทางไวอยางชัดเจนมากขึ้นวาคุณภาพสิ่งแวดลอมมี




                       19  See African Charter on Human and Peoples’ Rights, Art. 24: “All peoples shall have the right to
               a general satisfactory environment favorable to their development.”
   89   90   91   92   93   94   95   96   97   98   99