Page 87 - รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการวิจัยเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
P. 87
P a ge | 75
ศาลสิทธิมนุษยชนแหงยุโรปพิจารณาแลวเห็นวา การดําเนินการดังกลาวควรเขาสู
กระบวนการระงับขอพิพาทตามกฎหมายภายในของอิตาลีเสียกอน โดยรัฐบาลอิตาลีจะตองสรางความยุติธรรม
ระหวางผลประโยชนโดยทั่วไปกับทรัพยสินของเจาของที่พึงตองสูญเสียไปจากการถูกรื้อถอน กรณีนี้จึงไมขัด
ตอสิทธิในความเปนเจาของทรัพยสิน
3.1.3.6 คดีเกี่ยวกับสิทธิในการไดรับและเผยแพรขาวสารและความคิด (Right to Receive
and Impart Information and Ideas)
คดี Steel and Morris v. the United Kingdom ลงวันที่ 15 February 2005
คดีนี้ผูฟองคดีเปนองคกรขนาดเล็กที่ทําหนาที่เกี่ยวกับการปกปองคุมครองสิ่งแวดลอม
และสังคม โดยชวงป 1986 ผูฟองคดีไดตีพิมพบทความจํานวน 6 แผน หัวขอ “What’s Wrong with
McDonald’s?” ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับผลิตภัณฑของแมคโดนัลที่มีผลกระทบตอสิ่งแวดลอม ทําใหแมคโดนัล
ฟองรองผูฟองคดีในขอหาหมิ่นประมาท สงผลใหผูฟองคดีตองชดใชเยียวยาความเสียหายใหแกแมคโดนัล โดย
ที่ผูฟองคดีเห็นวา เปนการละเมิดสิทธิในการไดรับและเผยแพรขาวสารและความคิด
ศาลพิจารณาแลวเห็นวา ผูฟองคดีไดมีการแสดงความเห็นโดยสุจริตใจ และในสังคม
ประชาธิปไตยก็ไมควรปดกั้นการแสดงความเห็นดังกลาว หากมิใชความเห็นที่เปนการใสความหรือผิดกฎหมาย
การแสดงความเห็นก็ไมไดจํากัดไวแตเพียงนักขาวหรือนักหนังสือพิมพเทานั้น บุคคลหรือกลุมบุคคลใดๆ ก็มี
สิทธิในการแสดงความคิดเห็นอยางเปนธรรมได การกระทําดังกลาวของอังกฤษถือวาเปนการละเมิดมาตรา 10
แหงอนุสัญญายุโรปวาดวยสิทธิมนุษยชน เกี่ยวสิทธิในการไดรับและเผยแพรขาวสารและความคิด
คดี Vides Aizsardzības Klubs v. Latvia ลงวันที่ 27 พฤษภาคม 2004
ผูฟองคดีเปน NGO เพื่อปกปองคุมครองสิ่งแวดลอม ในป 1997 ไดมีหนังสือไปยัง
หนวยงานภาครัฐเพื่อปกปองคุมครองชายฝงทะเลของอาว Rica พรอมทั้งตีพิมพเผยแพรขอเรียกรองใน
หนังสือพิมพ โดยมีขอความในตอนหนึ่งวา นายกเทศมนตรีไดมีการอํานวยความสะดวกใหแกผูกอสรางอาคาร
บริเวณชายฝงโดยไมชอบดวยกฎหมาย นายกเทศมนตรีจึงฟองผูฟองคดีขอหาหมิ่นประมาทตอศาลภายใน ศาล
ภายในพิจารณาพิพากษาวา ผูฟองคดีไมอาจพิสูจนไดวา นายกเทศมนตรีรับเงินจากบริษัทกอสรางดังกลาว จึง
ใหตีพิมพบทความขอโทษตอนายกเทศมนตรี ผูฟองคดีเห็นวากรณีนี้เปนการละเมิดตอสิทธิในการแสดงความ
คิดเห็นโดยสุจริต จึงยื่นคําฟองมายังศาลสิทธิมนุษยชนแหงยุโรป
ศาลพิจารณาแลวเห็นวา กรณีนี้ถือวาเปนการละเมิดมาตรา 10 แหงอนุสัญญายุโรปวา
ดวยสิทธิมนุษยชนเกี่ยวกับสิทธิในการไดรับและเผยแพรขาวสารและความคิด เนื่องจากการแสดงความคิดเห็น

