Page 300 - รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการวิจัยเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
P. 300
250 | P a g e
สําหรับคดีในเขตอํานาจของศาลยุติธรรมนั้น ก็ไมไดมีลักษณะแตกตางกับคดีของศาลปกครองมากนัก
กลาวคือเปนการอาศัยหลักกฎหมายแพงและพาณิชยวาดวยละเมิดมาปรับใชเพื่อเรียกคาสินไหมทดแทนจาก
เอกชนผูกอมลพิษ เชน คดีหมายเลขแดงที่ 2147/2547 ซึ่งจําเลยในคดีนี้ประกอบกิจการโรงงาน แตกลับ
ประมาทเลินเลอปลอยใหน้ําเสียของโรงงานถูกปลอยเขาสูธรรมชาติ ศาลพิพากษาวาจําเลยกระทําการอันเปน
การละเมิดจริง จึงสั่งใหจําเลยแกไขปรับปรุงปญหาที่เกิดขึ้น ภายใตหลักกฎหมายวาดวยละเมิด
เมื่อพิจารณาแนวทางคําพิพากษาของศาลในประเทศไทยแลวจะเห็นไดวา คดีจํานวนมากไมไดมีการ
อางอิงถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยตรง ตางกับคดีที่มีลักษณะเดียวกันในตางประเทศที่จะมีการตัดสินถึงการ
ละเมิดสิทธิมนุษยชนโดยตรง ในขณะที่คดีในประเทศไทยมักจะอางอิงหลักกฎหมายแพงและพาณิชยทั่วไปวา
ดวยละเมิดเปนหลักในการตัดสินเพื่อใหผูเสียหายไดรับการเยียวยาและชดใชคาสินไหมทดแทน
อนึ่ง การศึกษาคําพิพากษาขางตน ไมวาจะในคดีของศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง และศาล
ยุติธรรม ลวนเปนการศึกษาคําพิพากษาในคดีที่ถึงที่สุดแลวตั้งแตอดีตจนถึงปจจุบัน ณ ขณะทํารายงานวิจัย
ฉบับนี้คือเดือนเมษายน พุทธศักราช 2559 ทั้งนี้ ในระยะหลัง คดีจํานวนมากไมวาจะเปนคดีปกครองหรือคดี
ภายใตเขตอํานาจของศาลยุติธรรม ไดเริ่มเปลี่ยนเปนการอางอิงถึงสิทธิมนุษยชนที่ไดรับรองตามกฎหมายมาก
ขึ้นและมีการอางอิงถึงสิทธิชุมชน นอกจากนี้คําขอในคดีตางๆ ในระยะหลังจะไมไดเปนแตเพียงการฟองรองขอ
เรียกคาสินไหมทดแทนเปนคาเสียหายอันเปนจํานวนเงินแลว แตมีแนวโนมที่จะมีคําขอทายฟองเปนการขอให
กระทําการหรือไมกระทําการอยางใดอยางหนึ่งแทน อยางไรก็ดี ขอบเขตการวิจัยจํากัดอยูเพียงการศึกษาคํา
พิพากษาในคดีที่ถึงที่สุดแลวเทานั้น จึงยังคงตองเปนประเด็นที่นาติดตามผลและพิจารณาตอไปวา คดีขอพิพาท
เกี่ยวกับสิ่งแวดลอมในอนาคตจะมีการนําเอาหลักสิทธิมนุษยชนมาปรับใชมากนอยเพียงใด

