Page 299 - รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการวิจัยเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
P. 299

P a ge  | 249




                        แมแตในคดีหมายเลขแดงที่ อ. 749-764/2557 (คดีเหมืองถานหินแมเมาะ) ซึ่งเปนคดีพิพาทเกี่ยวกับ

               การไมปฏิบัติตามมาตรการที่กําหนดไวในรายงานการวิเคราะหผลกระทบสิ่งแวดลอม คดีดังกลาวมีเนื้อหา
               เกี่ยวพันกับสิทธิเชิงกระบวนการ กลาวคือ สิทธิในการมีสวนรวมของประชาชนในกระบวนการตัดสินใจของรัฐ

               ซึ่งทําใหเห็นแนวโนมและเหตุผลสมควรในการนําเอาหลักสิทธิมนุษยชนเชิงกระบวนการมาปรับใชกับกรณี

               พิพาททางสิ่งแวดลอมอยางชัดแจงได อยางไรก็ตาม ลักษณะการบรรยายฟองคดีกลับเปนไปในลักษณะของ

               การฟองตามหลักกฎหมายแพงและพาณิชยวาดวยละเมิด ทําใหตองนําเอาหลักกฎหมายละเมิดมาปรับใช ซึ่ง

               รวมถึงการพิสูจนความสัมพันธระหวางผลและการกระทําเพื่อเรียกรองเอาคาสินไหมทดแทน


                        จากแนวทางคําพิพากษาของศาลปกครองและแนวทางการตอสูคดีทางปกครองที่เกี่ยวของกับปญหา
               สิ่งแวดลอม เห็นไดวาหลักสิทธิมนุษยชนไมไดถูกนําขึ้นมาปรับใชโดยตรง ศาลปกครองตลอดจนการตอสูคดี

               ของคูความจะอาศัยหลักกฎหมายแพงและพาณิชยวาดวยละเมิดซึ่งเปนหลักกฎหมายพื้นฐานทั่วไปมาปรับใช

               มากกวาที่จะอาศัยหลักกฎหมายสิ่งแวดลอมหรือหลักกฎหมายสิทธิมนุษยชนมาปรับใชโดยตรง


                        สําหรับคดีเกี่ยวกับมลภาวะทางเสียงที่เกิดจากทาอากาศยานสุวรรณภูมิ ไดแก คดีหมายเลขแดงที่ ฟ.

               13/2552 สามารถนํามาพิจารณาเทียบเคียงไดกับคดี Powell and Rayner v UK ของภูมิภาคยุโรป ซึ่งเปน
               คดีเกี่ยวกับมลพิษทางเสียงจากทาอากาศยานฮีธโธรว แมทั้งสองคดีนี้จะมีผลลัพธเหมือนกันคือรัฐไมมีความผิด

               แตมีความแตกตางกันในเหตุผล กลาวคือในคดี Powell and Rayner v UK ศาลสิทธิมนุษยชนของภุมิภาค

               ยุโรปยอมรับวามลภาวะทางเสียงจากทาอากาศยานดังกลาวเปนการละเมิดสิทธิในการเคารพชีวิตสวนตัวและ

               ครอบครัวอันเปนสิทธิมนุษยชนประเภทหนึ่ง แตมีเหตุเรื่องความจําเปนทางเศรษฐกิจ โดยศาลไดชั่งน้ําหนัก

               ระหวางประโยชนทางเศรษฐกิจของการสรางทาอากาศยานกับคาใชจายของผูฟองคดีที่ตองเสียหายจากการ

               ยายที่อยูอาศัยออกไปจากบริเวณทาอากาศยานฮีธโธรว ดังนั้น ในคดีของภูมิภาคยุโรป ศาลยอมรับวามีการ
               ละเมิดสิทธิมนุษยชน แตมีเหตุอันควรใหกระทําได


                       ในขณะที่กรณีประเทศไทย ศาลไมไดมีการยอมรับวามีการละเมิดสิทธิมนุษยชน และไมไดตัดสินวารัฐ

               มีการละเมิดสิทธิประการใดของประชาชนดวย แตเปนเรื่องที่วารัฐไมไดมีดุลพินิจโดยไมชอบในการประเมิน

               อาคารที่พักอาศัยของผูไดรับผลกระทบทางเสียงจากทาอากาศยานสุวรรณภูมิ การตัดสินเชนนี้อาจกอใหเกิด

               ความรูสึกขัดแยงกับผูฟองคดีซึ่งเปนผูรับผลกระทบได ตราบใดที่ผูฟองคดียังคงยืนยันวาไดรับผลกระทบจาก

               มลภาวะทางเสียงอยู วิธีการที่เปนการอธิบายเหตุผลใหแกประชาชนไดดีที่สุดจึงนาจะเปนการชั่งน้ําหนัก
               ระหวางประโยชนทางเศรษฐกิจและตนทุนทางสังคมที่เกิดจากมลภาวะ อันนาจะเปนหลักเกณฑที่สามารถ

               เขาใจไดมากกวาการพยายามอางอิงมาตรวัดระดับเสียงที่เหมาะสม
   294   295   296   297   298   299   300   301   302   303   304