Page 296 - รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการวิจัยเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
P. 296

246 | P a g e




               ขึ้นมาเปนการเฉพาะ แตจะเปนการจัดตั้งขึ้นในระดับภูมิภาคเพื่อจัดการกับปญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน

               ภายในประเทศสมาชิกที่ประชาชนภายในประเทศไมมีหนทางอื่นใดที่จะเยียวยาโดยอาศัยภายในประเทศไดอีก
               แลว กลาวคือ ไดมีการใชกระบวนการเยียวยาภายในประเทศทุกชองทางแลว (Exhaustion of Local

               Remedies) ประเทศไทยก็เชนเดียวกัน ไมไดมีการจัดตั้งศาลสิทธิมนุษยชนขึ้นเปนการเฉพาะ ดังนั้น การ

               ฟองรองคดีที่เกี่ยวของกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนจะตองพิจารณาลักษณะของขอพิพาทวาตกอยูภายใตเขต

               อํานาจของศาลใด ศาลที่พิจารณาคดีเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยจึงแตกตางกันไปตามแต

               การนําเอากฎหมายที่ใหสิทธิในการฟองรองคดีหรือกฎหมายที่กําหนดเขตอํานาจศาล มาปรับใชในแตละกรณี


                          สําหรับศาลรัฐธรรมนูญ มีอํานาจหนาที่หลักในการพิจารณาความชอบดวยรัฐธรรมนูญของ
               กฎหมาย หากกฎหมายฉบับใดมีเนื้อหาเปนการละเมิดสิทธิมนุษยชนซึ่งไดรับการรับรองตามรัฐธรรมนูญ ก็อยู

               ภายใตเขตอํานาจของศาลรัฐธรรมนูญ ในขณะที่ศาลปกครองจะพิจารณาความชอบดวยรัฐธรรมนูญของกฎ

               และคําสั่งทางปกครอง ตลอดจนการกระทําอันเปนการละเมิดทางปกครองของเจาพนักงาน โดยหากกฎหรือ

               คําสั่งทางปกครองใดๆมีเนื้อหาเปนการละเมิดสิทธิมนุษยชนซึ่งไดรับการรับรองตามรัฐธรรมนูญ หรือเจา

               พนักงานมีการกระทําทางปกครองที่มีผลเปนการละเมิดสิทธิของประชาชน กรณีพิพาทดังกลาวยอมตกอยู
               ภายใตเขตอํานาจของศาลปกครอง สวนคดีเรียกรองคาเสียหายจากการกระทําอันเปนการละเมิดสิทธิมนุษยชน

               โดยอาศัยหลักกฎหมายแพงและพาณิชยวาดวยละเมิด ก็จะเปนคดีที่อยูภายใตอํานาจของศาลยุติธรรม


                          เมื่อพิจารณาอํานาจของศาลในประเทศไทยเชนนี้จะเห็นไดวา แมทั้งศาลรัฐธรรมนูญ ศาลปกครอง

               และศาลยุติธรรมจะมีอํานาจพิจารณาคดีหรือขอพิพาทที่เกี่ยวของกับสิทธิมนุษยชนก็ตาม แตไมไดเปนการ

               พิจารณาที่อางอิงหลักการทางสิทธิมนุษยชนโดยตรง แตจะเปนการพิจารณาที่อางอิงถึงสิทธิที่ไดรับการรับรอง

               ไวในกฎหมายตางๆ เชน การละเมิดสิทธิมนุษยชนตามรัฐธรรมนูญ หรือการละเมิดทางแพง เปนตน การนําคดี
               ฟองรองสูศาลจึงตองพิจารณาลักษณะของขอพิพาทวาเปนการอางอิงถึงสิทธิหรือการกระทําอันละเมิดตอสิทธิ

               ภายใตกฎหมายใดกฎหมายหนึ่ง เพื่อที่จะไดนําคดีไปฟองรองยังศาลที่มีเขตอํานาจในการพิจารณาคดีดังกลาว

               อยางถูกตอง


                       ดังนั้น จึงเปนขอนาพิจารณาวา ลักษณะของการดําเนินคดีเพื่อระงับขอพิพาทเกี่ยวกับมนุษยชน

               ภายในประเทศไทย ตางกับกรณีของภูมิภาคยุโรปที่มีศาลสิทธิมนุษยชนเปนองคกรระงับขอพิพาทเกี่ยวกับสิทธิ

               มนุษยชนในระดับภูมิภาคเปนการเฉพาะและมีอํานาจรับการเสนอคดีฟองรองจากประชาชนไดโดยตรง เมื่อ
               เปนเชนนี้แลว คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติจึงมีบทบาทสําคัญ เนื่องจากเปนองคกรที่ใหคําแนะนําแก

               ประชาชนและในกรณีที่เห็นสมควรตองมีคําพิพากษาชี้ขาดตัดสิน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติอาจ

               เสนอขอพิพาทเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนดังกลาว พรอมทั้งทําความเห็น นําเสนอตอศาลที่มีเขตอํานาจ

               ในการระงับขอพิพาทดังกลาว ดวยเหตุนี้ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติจึงควรมีความรูที่ถูกตอง
   291   292   293   294   295   296   297   298   299   300   301