Page 294 - รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการวิจัยเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
P. 294

244 | P a g e




               ดวยความเห็นตอศาลรัฐธรรมนูญและศาลปกครองเกี่ยวกับประเด็นความชอบดวยรัฐธรรมนูญ และอํานาจใน

               การฟองคดีตอศาลยุติธรรมแทนผูเสียหาย

                         คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติของประเทศไทยมีอํานาจหนาที่ในลักษณะกึ่งตุลาการ หรือ

               Quasi-Judicial Function กลาวคือ มีอํานาจตรวจสอบการกระทําหรือการละเลยการกระทําอันเปนการ

               ละเมิดสิทธิมนุษยชนและเสนอมาตรการการแกไขที่เหมาะสมตอบุคคลหรือหนวยงานที่กระทําหรือละเลยการ

               กระทําดังกลาวเพื่อดําเนินการ การรับขอรองเรียนจากประชาชนหรือภาคเอกชนแลวพิจารณาขอเท็จจริง และ

               จัดทําขอเสนอแนะตอบุคคลหรือหนวยงานผูละเมิดสิทธิ วาบุคคลหรือหนวยงานดังกลาวควรตองแกไขหรือ

               เยียวยาปญหาการละเมิดสิทธิดังกลาวอยางไร อํานาจและบทบาทเชนนี้มีความคลายคลึงใกลเคียงกับอํานาจ
               ตุลาการ เพียงแตกระบวนการเปนไปในลักษณะที่มีความยืดหยุนคลองตัวกวา และขอเสนอแนะของ

               คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติไมมีผลผูกพันในลักษณะเชนเดียวกันกับคําพิพากษาของศาล ลักษณะ

               เชนนี้จึงทําใหคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติของประเทศไทยมีอํานาจหนาที่ในลักษณะกึ่งตุลาการ หรือ

               Quasi-Judicial Function อยางไรก็ดี เนื่องจาก Quasi-Judicial Function มีขอบเขตที่กวาง คณะกรรมการ

               สิทธิมนุษยชนแหงชาติของประเทศไทยแมจะมีอํานาจหนาที่ในลักษณะกึ่งตุลาการ แตยังไมไดมีอํานาจถึงระดับ
               ชี้ขาดขอพิพาทระหวางคูกรณีไดเองโดยตรง แตจะใชวิธีทําความเห็นสงไปศาลที่มีเขตอํานาจในกรณีดังกลาว

               แทน


                         ทั้งนี้ ในการวิเคราะหบทบาทขององคกรสิทธิมนุษยชนของประเทศไทยโดยเปรียบเทียบกับ

               บทบาทขององคกรระหวางประเทศระดับภูมิภาคที่เกี่ยวของกับการคุมครองสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดลอมนั้น

               จําตองตระหนักวา กลไกในการคุมครองสิทธิมนุษยชนดังกลาวอยูในระดับที่แตกตางกัน กลาวคือ องคกรสิทธิ

               มนุษยชนของประเทศไทยเปนกลไกในการคุมครองสิทธิมนุษยชนภายในประเทศ ในขณะที่องคกรระหวาง
               ประเทศที่ไดศึกษาในบทขางตนของรายงานวิจัยนี้ ไดแก องคกรทางสิทธิมนุษยชนของภูมิภาคยุโรป ภูมิภาค

               อเมริกา และภูมิภาคแอฟริกา ลวนแตเปนกลไกในการคุมครองสิทธิมนุษยชนในระดับภูมิภาค ดังนั้น ลักษณะ

               บทบาท และอํานาจหนาที่ขององคกรดังกลาวจึงมีความแตกตางจากของประเทศไทย อยางไรก็ตาม การ

               วิเคราะหเปรียบเทียบเชนนี้ก็สามารถชี้ใหเห็นแนวทางเพื่อนํามาสูการพัฒนาการคุมครองสิทธิมนุษยชนที่

               เกี่ยวของกับสิ่งแวดลอมไดในระดับหนึ่ง


                         จากการศึกษาคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนของภูมิภาคอเมริกา และภูมิภาคแอฟริกา เห็นไดวา
               คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงภูมิภาคของทั้งสองภูมิภาคนี้จะมีอํานาจชี้ขาดขอพิพาทเกี่ยวกับการละเมิด

               สิทธิมนุษยชนไดเองโดยตรง แตคําชี้ขาดดังกลาวจะมีสถานะเปนเพียงคําแนะนํา (Recommendation)

               เทานั้น อยางไรก็ตาม แมคําชี้ขาดจะมีสถานะเปนเพียงคําแนะนํา แตโดยทั่วไปแลวคูพิพาทมักจะยึดถือตาม

               แนวทางคําแนะนําของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงภูมิภาคนั้น เนื่องจากหากกรณีปรากฏวาตองมีการ
   289   290   291   292   293   294   295   296   297   298   299