Page 220 - รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการวิจัยเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
P. 220
170 | P a g e
ฟองคดีที่ 6 เรียกคาเสียหายจากผูถูกฟองคดีที่ 7 และ(4) ใหผูถูกฟองคดีที่ 7 ชดใชคาเสียหายแกผูฟองคดี
พรอมดวยดอกเบี้ย
ศาลปกครองสูงสุดพิเคราะหแลว เห็นวา ผูถูกฟองคดีที่ 7 ยังมีหนาที่ตองปฏิบัติตามมาตรการ
ปองกันและแกไขผลกระทบสิ่งแวดลอมฉบับเดิมตอไป โดยพิจารณาแตละมาตรการเปนกรณีๆ ไป ดังนี้ กรณีผู
ถูกฟองคดีที่ 7 ไมขนดินไปเก็บกองนอกเขตประทานบัตร เห็นวา แผนผังโครงการทําเหมืองแรถานหินโดยวิธี
เหมืองหาบไมไดกําหนดใหตองขนดินไปกองเก็บนอกเขตประทานบัตรตลอดไปในทุกกรณี แตสามารถนําหนา
ดินบางสวนมาถมกลับในขุมเหมืองเกาได ดังนั้น การที่ผูถูกฟองคดีที่ 7 ไดทําการขนดินไปกองเปนคันดิน
บริเวณขอบบอเหมืองดานทิศใต จึงไมเปนการกระทําที่เปนการฝาฝนหรือไมปฏิบัติตามแผนผังโครงการทํา
เหมืองถานหิน ขอ 3 และไมเปนการละเลยตอหนาที่ตามที่กฎหมายกําหนดใหตองปฏิบัติ กรณีผูถูกฟองคดีที่ 7
มิไดรักษาความชื้นไวระหวางรอยละ 1.5 ในขณะที่ทําการโมดินและถานหินขนาดใหญ ขอเท็จจริงปรากฏวาผู
ถูกฟองคดีที่ 7 รักษาระดับคาเฉลี่ยความชื้นของถานหินลิกไนตสูงถึงรอยละ 1.5 จึงเปนกรณีที่ผูถูกฟองคดีที่ 7
รักษาความชื้นของดินและถานไดดีกวาที่กําหนดไวในมาตรการ และไมเปนการละเลยตอหนาที่ตามที่กฎหมาย
กําหนดใหตองปฏิบัติ กรณีผูถูกฟองคดีที่ 7 มิไดทํารายงานการตรวจประเมินสิ่งแวดลอม (Environmental
Audit) ทุก 2 ป เสนอให สผ. ทราบตามมาตรการปองกันและแกไขผลกระทบสิ่งแวดลอมที่กําหนดโดยผูถูก
ฟองคดีที่ 7 ไดจัดทํารายงานการตรวจประเมินสิ่งแวดลอม (Environmental Audit) เสนอตอ สผ. แลว ศาล
ไมจําตองออกคําบังคับใหผูถูกฟองคดีที่ 7 ปฏิบัติตามมาตรการดังกลาวอีกตอไป สวนที่ผูฟองคดีทั้ง 16 สํานวน
ฟองวา ผูถูกฟองคดีที่ 7 ละเลยตอหนาที่ตามที่กฎหมายกําหนดใหตองปฏิบัติหรือปฏิบัติหนาที่ดังกลาวลาชา
เกินสมควร ในการปฏิบัติตามมาตรการปองกันและแกไขผลกระทบสิ่งแวดลอมที่เสนอไวในรายงานฯ และ
มาตรการปองกันและแกไขผลกระทบสิ่งแวดลอมที่กําหนดโดย สผ. ทําใหสิ่งแวดลอม ตลอดจนชีวิต รางกาย
สุขภาพอนามัย และทรัพยสินเสียหาย และผูฟองคดีบางรายมีคําขอใหผูถูกฟองคดีที่ 7 ชดใช
คาสินไหมทดแทนเสียหาย นั้น เปนการฟองวา ผูถูกฟองคดีที่ 7 กระทําละเมิดเปนเหตุใหผูฟองคดีดังกลาว
ไดรับความเสียหาย ตามมาตรา 420 แหงประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย และมิใชกรณีผูถูกฟองคดีที่ 7 ใน
ฐานะเจาของโรงไฟฟาแมเมาะซึ่งเปนแหลงกําเนิดมลพิษตองรับผิดชอบชดใชคาสินไหมทดแทนหรือคาเสียหาย
จากการที่โรงไฟฟาแมเมาะกอใหเกิดการแพรกระจายของมลพิษอันเปนเหตุใหผูฟองคดีดังกลาวไดรับอันตราย
แกชีวิต รางกาย สุขภาพอนามัย หรือเปนเหตุใหทรัพยสินของผูฟองคดีดังกลาวเสียหาย ตามมาตรา 96 แหง
พระราชบัญญัติสงเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดลอมแหงชาติ พ.ศ. 2535 ซึ่งกรณีนี้ ผูฟองคดีมีหนาที่ตอง
เสนอพยานหลักฐานตอศาลเพื่อพิสูจนขอเท็จจริงที่ตนกลาวอางในเบื้องตน ตามขอ 64 วรรคหนึ่ง ของระเบียบ
ของที่ประชุมใหญตุลาการในศาลปกครองสูงสุด วาดวยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2543 เมื่อผูฟองคดี

