Page 224 - รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการวิจัยเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
P. 224
174 | P a g e
พ.ศ. 2504 และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวของที่จะตองคุมครองดูแลรักษาพื้นที่ที่ไดถูกกําหนดใหเปนเขตอุทยาน
แหงชาติใหคงอยูในสภาพธรรมชาติเดิมเพื่อสงวนไวใหเปนประโยชนแกการศึกษาและรื่นรมยของประชาชนอัน
เปนประโยชนรวมกันของสาธารณชน จําเลยที่ 3 เปนผูมีอํานาจหนาที่กระทําการแทนและเปนผูแทนตาม
กฎหมายของจําเลยที่ 1 และที่ 2 โดยมีอํานาจหนาที่คุมครองดูแลและบํารุงรักษาพื้นที่อาวมาหยา หมูเกาะพีพี
ใหคงอยูในสภาพเดิมตามธรรมชาติตามกฎหมาย จําเลยที่ 5 เปนนิติบุคคลตามกฎหมายของประเทศ
สหรัฐอเมริกา โดยมีจําเลยที่ 4 เปนตัวแทนและผูรับมอบอํานาจ
จําเลยที่ 3 ไดอนุมัติใหจําเลยที่ 4 รวมทั้งบริษัทถายทําภาพยนตรบีช โปรดักชั่น จํากัด ซึ่งเกี่ยวของ
กับการถายทําภาพยนตรเรื่องเดอะบีช เขาไปปรับปรุงตกแตงเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ชายหาดอาวมาหยา โดย
ใชรถแบ็กโฮหรืออุปกรณอื่นๆ ขุดสราง แผวถาง ปรับ ทําการใหเปนอันตราย ทําลายพื้นที่สันทรายในบริเวณ
หาดมาหยา ขนยายพืชพันธุไมที่ขึ้นอยูตามธรรมชาติออกไป เพื่อนําตนมะพราวเขาไปปลูก อันเปนการ
เปลี่ยนแปลงสภาพธรรมชาติและสิ่งแวดลอมเดิม เพื่อประโยชนในการถายทําภาพยนตรของจําเลยที่ 4 และที่
5 ซึ่งอยูในเขตอุทยานแหงชาติและเปนพื้นที่คุมครองสิ่งแวดลอมของจังหวัดกระบี่ ตามพระราชบัญญัติสงเสริม
และรักษาคุณภาพสิ่งแวดลอมแหงชาติ พ.ศ. 2535 มาตรา 43 และมาตรา 44 ซึ่งกําหนดความรับผิดไวใน
มาตรา 97
โจทกอางวาการกระทําของจําเลยทั้งหาเปนการใชสิทธิโดยไมสุจริต เลือกปฏิบัติ และเปนการใช
สิทธิซึ่งขัดตอรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 26 และมาตรา 59 และอางวาตน
เปนผูเสียหายเนื่องจากถูกโตแยงสิทธิตามกฎหมาย และมีอํานาจฟองคดีไดตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักร
ไทย พุทธศักราช 2540 มาตรา 56 วรรคทาย และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวของ ขอใหศาลพิพากษาวา คําสั่งที่
อนุญาตใหถายทําภาพยนตรบริเวณอาวมาหยา หมูเกาะพีพี เปนโมฆะ เพราะเปนคําสั่งที่ไมชอบดวยกฎหมาย
ใหจําเลยวางเงินประกันความเสียหายไมนอยกวา 100,000,000 บาท ถาจําเลยไมวางเงินประกัน ใหศาลมี
คําสั่งหามกระทําการใดๆ เพื่อปรับปรุงตกแตงบริเวณอาวมาหยา ใหเพิกถอนใบอนุญาตการถายทําภาพยนตร
ในบริเวณดังกลาว และใหปรับปรุงแกไขหาดมาหยาใหกลับคืนสภาพเดิมตามธรรมชาติโดยใชคาใชจายของ
จําเลยที่ 4 และที่ 5
ศาลชั้นตน มีคําสั่งงดสืบพยานโจทกทั้งสิบเกาและพยานจําเลยทั้งหา และพิพากษาใหยกฟองโจทก
ทั้งสิบเกา ศาลอุทธรณพิพากษายกคําสั่งศาลชั้นตนที่งดสืบพยาน และคําพิพากษาของศาลชั้นตน แลวมีคําสั่ง
ใหศาลชั้นตนดําเนินกระบวนพิจารณาคดีในประเด็นขอพิพาทตามคําขอทายฟองในขอ 4 ของโจทกทั้งสิบเกา

