Page 213 - รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการวิจัยเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
P. 213

P a ge  | 163




               ในการซื้ออาหารเดือนละ 700 บาท และคาเสียหายอันเนื่องมาจากการถูกละเมิดสิทธิในการไดประโยชนจาก

               ทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ เดือนละ 1,000 บาท และเรียกคาเสียหายในอนาคต

               จนกวาสภาพนิเวศบริเวณดังกลาวใหกลับคืนสูสภาพเดิม


                        ศาลปกครองชั้นตนพิจารณาแลวเห็นวา เมื่อผูถูกฟองคดีทราบวามีการปนเปอนของสารตะกั่วในลํา

               หวยคลิตี้ จึงไดเขาตรวจสอบเรื่อยมาและไดมีการจัดตั้งคณะทํางานเพื่อแกไขปญหากรณีดังกลาว ผูถูกฟองคดี

               จึงมิไดละเลยตอหนาที่ในการประสานงานและดําเนินการฟนฟู หรือระงับการปนเปอนของสารตะกั่วในลํา

               หวยคลิตี้ แตในตะกอนดินและทองน้ํายังคงมีการปนเปอนของสารตะกั่วในปริมาณสูง จึงเปนกรณีที่ผูถูกฟอง

               คดีปฏิบัติหนาที่ในการฟนฟู หรือระงับการปนเปอนของสารตะกั่วในลําหวยคลิตี้ลาชาเกินสมควร และ

               กําหนดคาเสียหายใหจากการที่ตองแบกรับภาระคาอาหารในอัตราเดือนละ 350 บาทตอเดือนตอราย และ

               กําหนดคาเสียหายตอสิทธิในการใชทรัพยากรธรรมชาติใหในอัตราเดือนละ 1,000 บาท ตามคําขอของผูฟอง

               คดีทั้งยี่สิบสองเนื่องจากเปนคาเสียหายที่เหมาะสมและเปนธรรมแลว สําหรับคาเสียหายในอนาคตนั้น เห็นวา

               สถานการณการปนเปอนของสารตะกั่วในน้ําเริ่มที่จะเจือจางลงจึงไมกําหนดคาเสียหายในสวนนี้ให จึงพิพากษา

               วา ผูถูกฟองคดีละเลยตอหนาที่ในกรณีที่ไมดําเนินการเรียกคาเสียหายหรือคาสินไหมทดแทนจากบริษัทฯ และ

               ปฏิบัติหนาที่ในการฟนฟู หรือระงับการปนเปอนของสารตะกั่วลาชาเกินสมควร และใหผูถูกฟองคดีชดใช

               คาเสียหายใหแกผูฟองคดีทั้งยี่สิบสอง แตละรายเปนเงิน 33,783 บาท รวมคาเสียหายทั้งสิ้น 743,226 บาท

               ทั้งนี้ ภายในเกาสิบวันนับแตวันที่คดีถึงที่สุด คาธรรมเนียมศาลใหคืนแกผูฟองคดีตามสวนแหงการชนะคดี


                        ผูฟองคดีทั้งยี่สิบสองและผูถูกฟองคดีอุทธรณคําพิพากษาของศาลปกครองชั้นตน ศาลปกครอง

               สูงสุดพิจารณาแลวเห็นวา ผูถูกฟองคดีเพียงแตสงเจาหนาที่เขาไปเก็บตัวอยางน้ํา ดินตะกอน และสัตวน้ํามา

               วิเคราะหวามีปริมาณสารตะกั่วปนเปอนหรือไมเทานั้น ไมไดเขาไปเพื่อหาวิธีการปองกันหรือแกไขอันตรายอัน

               เกิดจากการแพรกระจายของสารตะกั่วในลําหวยคลิตี้ การที่ศาลปกครองชั้นตนวินิจฉัยแตเพียงวา ผูถูกฟองคดี

               ปฏิบัติหนาที่ลาชาเกินสมควร โดยไมวินิจฉัยวาผูถูกฟองคดีกระทําละเมิดตอผูฟองคดีทั้งยี่สิบสองหรือไม แตได

               วินิจฉัยใหผูถูกฟองคดีชดใชคาเสียหายแกผูฟองคดีทั้งยี่สิบสอง ศาลปกครองสูงสุดไมเห็นพองดวย อีกทั้ง การที่

               ผูฟองคดีทั้งยี่สิบสองไมสามารถนําน้ําในลําหวยคลิตี้ไปใชในการอุปโภคและบริโภคได เปนผลโดยตรงมาจาก

               การที่ผูถูกฟองคดีละเลยตอหนาที่ตามที่กฎหมายกําหนดใหตองปฏิบัติและปฏิบัติหนาที่ดังกลาวลาชาเกิน


               สมควร เมื่อผูฟองคดีทั้งยี่สิบสองไมมีแหลงอาหารโปรตีนอื่น และคาใชจายในการซื้ออาหารทดแทนอาหารที่
               เคยมีอยูในสิ่งแวดลอมตามธรรมชาติเปนเงิน 700 บาทตอเดือนนั้น เมื่อแยกคาใชจายในการซื้ออาหารเปน


               รายวันแลวเปนเงินประมาณ 25 บาท หรือมื้อละ 8 บาท ซึ่งเปนคาใชจายที่เพิ่มขึ้นจริง และเหมาะสมแลว เห็น
   208   209   210   211   212   213   214   215   216   217   218