Page 209 - รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการวิจัยเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
P. 209

P a ge  | 159




                        ความเปนมาและขอเท็จจริงโดยสรุป คือ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ ไดรับเรื่องรองเรียน
               จากกํานันตําบลศิลาแลง และคณะกรรมการปาชุมชนตําบลศิลาแลง กรณีการประกาศเขตอุทยานแหงชาติ

               ดอยภูคาทับซอนพื้นที่ปาชุมชนตําบลศิลาแลง อําเภอปว จังหวัดนาน และนายกองคการบริหารสวนตําบลทา
               อุแท สมาชิกสภาองคการบริหารสวนตําบลทาอุแท และผูใหญบาน รวมทั้งกลุมอนุรักษปาตนน้ําคลองคราม

               กรณีการประกาศเขตอุทยานแหงชาติน้ําตกสี่ขีด ทับซอนพื้นที่ปาชุมชนลุมน้ําคลองคราม ตําบลทาอุแท อําเภอ

               กาญจนดิษฐ จังหวัดสุราษฎรธานี วาการประกาศเขตอุทยานแหงชาติดังกลาวทับซอนพื้นที่ปาชุมชน ซึ่ง
               คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติเห็นวา สิทธิของบุคคลและชุมชน ในการจัดการ การบํารุงรักษา และการ

               ใชประโยชนจากทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดลอม รวมทั้ง ความหลากหลายทางชีวภาพกรณีดังกลาว

               รัฐธรรมนูญ มาตรา 66 และมาตรา 67 ไดใหการรับรองและคุมครองไวแลว การที่ทางราชการประกาศพระ
               ราชกฤษฎีกากําหนดใหพื้นที่ดังกลาวเปนเขตอุทยานแหงชาติโดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติมาตรา 6 แหง

               พระราชบัญญัติอุทยานแหงชาติ พ.ศ. 2504 แตเพียงฝายเดียวโดยที่ประชาชนไมมีสวนรวม ทําใหการจัดการ

               การบํารุงรักษา และการใชประโยชนจากปาชุมชนที่ประชาชนทํากินมากอนไมชอบดวยกฎหมาย และถูก
               ละเมิดจากเจาหนาที่ของรัฐ ดวยเหตุนี้ พระราชบัญญัติอุทยานแหงชาติ พ.ศ. 2504 มาตรา 6 จึงกระทบตอ

               สิทธิมนุษยชนและไมชอบดวยรัฐธรรมนูญ มาตรา 66 และมาตรา 67


                        ศาลรัฐธรรมนูญมีคําสั่งรับคํารองไวพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 257

               วรรคหนึ่ง (2) ประกอบขอกําหนดศาลรัฐธรรมนูญวาดวยวิธีพิจารณาและการทําคําวินิจฉัย พ.ศ. 2550 ขอ 17
               (19) ประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญตองพิจารณาวินิจฉัยมีวา พระราชบัญญัติอุทยานแหงชาติ พ.ศ. พ.ศ. 2504

               มาตรา 6 กระทบตอสิทธิมนุษยชน และมีปญหาเกี่ยวกับความชอบดวยรัฐธรรมนูญ มาตรา 66 และมาตรา 67

               หรือไม


                        ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแลวเห็นวา รัฐธรรมนูญ มาตรา 66 เปนบทบัญญัติรับรองสิทธิของบุคคลที่
               รวมกันเปนชุมชน ชุมชนทองถิ่น และชุมชนทองถิ่นดั้งเดิม โดยบุคคลที่รวมตัวกันนี้ยอมมีสิทธิที่จะอนุรักษ หรือ

               ฟนฟูจารีตประเพณี ภูมิปญญาทองถิ่น ศิลปวัฒนธรรมอันดีของทองถิ่นและของชาติ และมีสวนรวมในการ

               จัดการ การบํารุงรักษา และการใชประโยชนจากทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดลอม รวมทั้งความหลากหลายทาง
               ชีวภาพอยางสมดุลและยั่งยืน โดยคํานึงถึงผลประโยชนของชุมชนและประโยชนสาธารณะ รวมทั้งผลกระทบที่

               จะเกิดขึ้นตอประชาชนโดยสวนรวมควบคูไปกับการอนุรักษ


                        รัฐธรรมนูญ มาตรา 67 เปนบทบัญญัติรับรองสิทธิของบุคคลที่จะมีสวนรวมกับรัฐและชุมชน ในการ

               อนุรักษ บํารุงรักษา และการไดประโยชนจากทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ และในการ

               คุมครอง สงเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดลอม เพื่อใหดํารงชีพอยูไดอยางปกติและตอเนื่องในสิ่งแวดลอม ที่
               จะไมกอใหเกิดอันตรายตอสุขภาพอนามัย สวัสดิภาพหรือคุณภาพชีวิตของตนตามความเหมาะสม โดยกําหนด

               หลักประกันเกี่ยวกับการใชสิทธิดังกลาวไววา การดําเนินโครงการหรือกิจกรรมที่อาจกอใหเกิดผลกระทบตอ
   204   205   206   207   208   209   210   211   212   213   214