Page 192 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ
P. 192

การจำาแนกประเภทที่ดินออกเพื่อให้เป็นที่ทำากิน และเพื่อการกำาหนดให้เป็นพื้นที่ป่าสงวน

                 ทั่วประเทศ โดยการกำาหนดเขตพื้นที่ป่าไม้ถาวรเพื่อกำาหนดเป็นป่าสงวนแห่งชาติต่อไป และการจำาแนก
                 ประเภทที่ดินเพื่อใช้ประโยชน์ในกรณีต่างๆ ที่ดำาเนินการมาในอดีต มีการจำาแนกที่ดิน (Zoning) ซึ่งมี
                 เหตุผลเพื่อการพัฒนาประเทศและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยใช้ภาพแผนที่เส้นชั้นความสูง

                 (Contour Line) หรือเส้นที่แสดงลักษณะความสูงตำ่าของพื้นที่เป็นตัวกำาหนด เป็นการดำาเนินการที่
                 ล้าสมัย ทั้งในด้านข้อเท็จจริง และทางวิชาการที่ควรจะมีการผสมผสานในการใช้ประโยชน์ในที่ดิน (กำาหนด

                 มาตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๐๓) ทำาให้พื้นที่ในภาคเหนือของประเทศถูกกำาหนดไว้เป็นพื้นที่อนุรักษ์มากที่สุด
                 ตามด้วยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ และภาคกลางตามลำาดับ ทำาให้เกิดพื้นที่ใช้ประโยชน์ทาง

                 เศรษฐกิจน้อย ทั้งๆ ที่ประชาชนมีจำานวนมากอยู่กันอย่างหนาแน่น ซึ่งเมื่อขัดต่อความเป็นจริงและ
                 สภาพการใช้ประโยชน์ ก็เกิดการขยายตัวเข้าไปในพื้นที่ที่อนุรักษ์ไว้เป็นพื้นที่ป่าไม้


                       จึงจะเห็นได้ว่าการจำาแนกที่ดิน และการกำาหนดแนวเขตที่ดิน เพื่อการพัฒนาประเทศและการ
                 อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติที่ผ่านมา ประกอบกับจำานวนประชากรที่เพิ่มขึ้น มีการใช้ประโยชน์ในที่ดิน

                 อันหลากหลาย มีวิชาการใหม่ๆ ในการใช้ประโยชน์ในที่ดิน ทำาให้การใช้เส้นที่แสดงลักษณะความสูงตำ่า
                 ของพื้นที่เป็นตัวกำาหนดแนวเขตที่ดินตามการจำาแนก เป็นการดำาเนินการที่ล้าสมัย และไม่เป็นไปตาม
                 ข้อเท็จจริงตามความเหมาะสมในการใช้ประโยชน์ตามศักยภาพของพื้นที่



                   5.6     การมีส่วนร่วมของประชาชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ



                       บางพื้นที่ที่กำาหนดเป็นพื้นที่สงวนหวงห้ามของรัฐ ประเภทพื้นที่อนุรักษ์ เช่น ป่าสงวนแห่งชาติ หรือ
                 อุทยานแห่งชาติ หรือวนอุทยานแห่งชาติ หรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่า พบว่า ประชาชนอาศัยทำาประโยชน์ใน

                 พื้นที่อันเป็นจุดวิกฤติหรือล่อแหลมต่อระบบนิเวศที่ต้องคุ้มครองไว้เป็นอย่างยิ่งก่อนหน่วยงานจะ
                 ดำาเนินงานตามโครงการควรมีการศึกษาถึงวิถีชุมชน ความเป็นอยู่ของประชาชนกลุ่มนั้นว่า ดำาเนินวิถี

                 ชีวิตกันอย่างไร มีจุดที่รักษาหรือป้องกันมิให้กระทบกับสภาพแวดล้อมของระบบนิเวศที่เป็นอยู่อย่างไร
                 มีการกำาหนดระเบียบปฏิบัติของชุมชนอย่างไรบ้าง การศึกษาในพื้นที่ล่อแหลมในพื้นที่กรณีศึกษาพบว่า

                 ได้มีข้อกำาหนดของชุมชนไว้อย่างเคร่งครัดจนเป็นแบบอย่างได้ โดยไม่มีความจำาเป็นที่จะต้องใช้
                 นโยบายการอพยพโยกย้ายประชาชนออกจากพื้นที่อนุรักษ์นั้น เช่น พื้นที่กรณีศึกษาการเตรียมการประกาศ

                 อุทยานแห่งชาติถำ้าผาไท พื้นที่บ้านกลาง ตำาบลบ้านดง อำาเภอแม่เมาะ จังหวัดลำาปาง เป็นต้น

                       ทั้งนี้ การสร้างความเข้าใจกับประชาชนที่อยู่ในบริเวณนั้น ให้ตระหนักถึงการเป็นพื้นที่แหล่งต้นนำ้า
                 ลำาธารที่ต้องมีการใช้ประโยชน์ร่วมกัน รักษาไว้ให้คงอยู่ และกระทบกับเขาโดยตรง รัฐต้องสร้างการมี

                 ส่วนร่วมให้ประชาชนเข้าใจในด้านการอนุรักษ์อย่างถูกวิธี และกำาหนดวิธีการในการอยู่กับพื้นที่ควรสงวน
                 รักษาอย่างยิ่งนั้นซึ่งจะดีกว่าการอพยพโยกย้ายประชาชนออกไป แต่หากต้องอพยพโยกย้ายรัฐต้องให้
                 การช่วยเหลือที่อยู่ใหม่ ทำาให้สูญเสียโอกาสในการใช้ประโยชน์ในพื้นที่เดิม หากประชาชนเข้ามาบุกรุก

                 ภายหลังในพื้นที่นั้นต้องดำาเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ดังนั้น ต้องสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน
                 ในพื้นที่ในการดูแลรักษาพื้นที่สงวนหวงห้ามของรัฐประเภทพื้นที่อนุรักษ์ ทั้งการใช้ประโยชน์

                 อย่างถูกวิธีการและการรักษาไว้อย่างยั่งยืน




                                                                การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำาหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ  191
   187   188   189   190   191   192   193   194   195   196   197