Page 187 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ
P. 187
(๓) ประชาชนและส่วนราชการยังไม่เห็นความสำาคัญของการมีส่วนร่วม ทำาให้เกิดความไม่เข้าใจ
และขาดรูปแบบการมีส่วนร่วมที่แท้จริง พบว่า การมีส่วนร่วมของประชาชนในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ในปัจจุบันโดยมาก เป็นการมีส่วนร่วมแบบการรับทราบการดำาเนินการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ซึ่งนับว่า เป็นการมีส่วนร่วมในระดับที่ตำ่าที่สุด การมีส่วนร่วมที่แท้จริงนั้นประชาชน ต้องมีความสมัครใจและ
มีส่วนในการร่วมรับผิดชอบในการตัดสินใจ ตั้งแต่การร่วมกระบวนการวางแผนร่วมการดำาเนินกิจกรรม
ร่วมใช้ประโยชน์จากกิจกรรม และร่วมได้รับประโยชน์จากกิจกรรม ซึ่งรูปแบบการมีส่วนร่วมในปัจจุบัน
ยังไม่ก่อให้เกิดการมีส่วนร่วมที่แท้จริง
(๔) กฎหมายที่หน่วยงานราชการต่างๆ ใช้อยู่ในปัจจุบัน เป็นระบบการปกครองแบบรวมศูนย์อำานาจ
เป็นการบริหารราชการในระบบส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นระบบของราชการ ที่เกิด
ขึ้นก่อนรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ ทั้งสิ้น ทำาให้โครงสร้างระบบราชการ
ไม่เกื้อหนุนให้ประชาชนสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมได้เลย หากสามารถให้การบริหารราชการส่วนกลาง
ถึงส่วนท้องถิ่นหรือประชาชนได้โดยตรงไม่ต้องผ่านส่วนภูมิภาค โดยเน้นการใช้ระบบสารสนเทศจะเป็น
ไปได้ ที่ประชาชนจะเข้ามามีส่วนร่วมได้อย่างแท้จริง
(๕) ที่ผ่านมาประเทศไทยเน้นการมีส่วนร่วมในทางการเมือง ด้านสิทธิที่ประชาชนพึงได้รับ
ทางการเมือง และการปกครอง เช่น การรณรงค์ให้ประชาชนใช้สิทธิในการเลือกตั้ง ซึ่งมีเพียงเชิงปริมาณ
โดยไม่มีเชิงคุณภาพให้เป็นที่ประจักษ์ สำาหรับในด้านการบริหารราชการทางเศรษฐกิจ สังคมและ
การบริหารจัดการสภาพแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ รัฐมิได้ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง
เพราะฉะนั้น หากจะให้สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นตามหลักประชาธิปไตยอย่างแท้จริงรัฐต้องกำาหนด
ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในทุกๆ ด้านที่เกี่ยวข้องกับชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชน
สำาหรับความสัมพันธ์กันระหว่างการมีส่วนร่วม ข้อมูลข่าวสาร และการกระจายอำานาจ พบว่า
การมีส่วนร่วมของประชาชน เป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนตัดสินใจในการกำาหนดและแก้ไขปัญหา
ของตน ชุมชน ท้องถิ่นอย่างแท้จริง โดยกำาหนดรูปแบบไว้ คือ ร่วมวางแผน ร่วมปฏิบัติ ร่วมรับผลประโยชน์
ร่วมในการติดตามและประเมินผล ซึ่งก็คือร่วมรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นนั่นเอง
กฎหมายด้านการมีส่วนร่วม การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และการกระจายอำานาจ ได้แยกหน่วยงาน
ที่ดูแลรับผิดชอบออกจากกัน ทั้งที่การสร้างการมีส่วนร่วมให้เกิดขึ้นกับประชาชน และชุมชนท้องถิ่น
ต้องเริ่มจากการให้รับรู้ถึงข้อมูลข่าวสารเป็นลำาดับแรก แล้วจึงให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในขั้นตอนต่อไป
และจะมีการกระจายอำานาจให้ประชาชนในกิจการต่างๆ ที่ได้ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมนั้น โดยให้เข้ามา
มีส่วนร่วมในการดำาเนินงานในทุกขั้นตอน ซึ่งจะมีความสัมพันธ์กัน
การดำาเนินการตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.๒๕๔๐ ที่ให้ประชาชนได้รับรู้
ข้อมูลข่าวสาร ข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วน และถูกต้องนั้น สำานักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ แก้ไข
ทางปฏิบัติปรากฏว่า มิได้ดำาเนินการให้เกิดผลถึงประชาชนอย่างแท้จริง หน่วยงานยังไม่สามารถดำาเนินการ
ได้อย่างจริงจัง ทั้งที่กฎหมายกำาหนดให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และรับรู้ข้อมูล ข้อเท็จจริงที่
รัฐต้องแจ้งให้แก่ประชาชนทราบ มิใช่ไม่เปิดเผยดังเช่นในปัจจุบัน นอกจากนั้นยังเห็นว่าเนื้อหาใน
พระราชบัญญัติดังกล่าว มุ่งเน้นที่จะให้ประชาชนเข้าตรวจดูข้อมูล ซึ่งเป็นเรื่องที่แตกต่างจากการทำางานของ
186 การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำาหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ

