Page 195 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ
P. 195

๒. เมื่อหน่วยงานของรัฐมิได้ให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วม ในการกำาหนดแนวเขตที่ดินสงวน
               หวงห้ามของรัฐ ผลกระทบก็กลับไปยังหน่วยงานของรัฐนั้น คือ หน่วยงานของรัฐไม่ทราบถึงความไม่พอใจ

               ของประชาชนตั้งแต่เริ่มต้น ซึ่งอาจจะหาทางเยียวยาหรือชี้แจงได้ แต่ก็ได้กลายเป็นปัญหาลุกลามใหญ่โต
               ส่งผลถึงการไม่ให้ความร่วมมือในการดูแลรักษา

                     ๓. ในเมื่อไม่มีส่วนร่วมของประชาชน หน่วยงานของรัฐที่กำาหนดแนวเขตที่ดิน แม้ว่าจะทราบถึง

               ปัญหาต่างๆ ที่เกิดจากการกำาหนดแนวเขตที่ดินให้ไปกระทบสิทธิของประชาชนตามที่ได้ดำาเนินการไว้
               ก็ไม่มีการเร่งรัดแก้ไขปัญหา ปล่อยให้ปัญหาสะสมและเกิดปัญหาเพิ่มขึ้นต่อเนื่องหลายประการ อันเกิด
               จากไม่มีการติดตามหรือหาทางแก้ไขร่วมกันระหว่างประชาชนและหน่วยงานของรัฐ


                     จากผลที่กล่าวมาข้างต้น แม้จะมีการกำาหนดไว้เป็นกฎหมายให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมใน
               การดำาเนินงานที่ส่งผลกระทบกับสิทธิของประชาชนไว้แล้วก็ตาม ซึ่งระดับการมีส่วนร่วมของประชาชน

               ที่กำาหนดไว้ ๕ ระดับ จากมากที่สุดที่จะก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในการดำาเนินงาน ถึงในระดับตำ่าสุด ดังนี้

                              (๑) การมีส่วนร่วมในระดับให้อำานาจกับประชาชน


                              (๒) การมีส่วนร่วมในระดับสร้างความร่วมมือ

                              (๓) การมีส่วนร่วมในระดับการเข้ามีบทบาท

                              (๔) การมีส่วนร่วมในระดับหารือ

                              (๕) การมีส่วนร่วมในระดับข้อมูลข่าวสาร

                     คณะผู้วิจัยพบว่า การมีส่วนร่วมในระดับข้อมูลข่าวสาร บทบาทของประชาชนจะน้อยมาก

               เพราะรัฐจะเป็นเพียงผู้ให้ข้อมูลกับประชาชนเพียงด้านเดียว และประชาชนไม่มีโอกาสแสดงความคิดเห็น
               เช่น การจัดทำาป้าย การแจกวารสาร แต่อย่างไรก็ตามการทราบข้อมูลข่าวสาร ก็มีความจำาเป็นต่อ

               การมีส่วนร่วมในระดับที่สูงขึ้น เพราะถ้าประชาชนไม่ทราบข้อมูลที่ครบถ้วน การตัดสินใจที่สมเหตุสมผล
               จะไม่เกิดขึ้น

                     จากสภาพปัญหาที่ผู้ศึกษาได้พบในพื้นที่ศึกษาทั้ง ๗ กรณี ตามคำาร้องเรียน และเรียกร้องสิทธิ

               ในที่ดินที่รัฐได้ประกาศเป็นกฎหมายหรืออยู่ในระหว่างดำาเนินการจัดทำาเป็นกฎหมาย พบได้ถึงประชาชน
               ไม่ทราบข้อมูลและข้อเท็จจริง โดยหน่วยงานของรัฐผู้ดำาเนินการไม่ได้แจ้งให้ประชาชนและผู้กำาหนด
               เป็นกฎหมายทราบถึงข้อมูลในพื้นที่นั้นอย่างครบถ้วน ทำาให้การกำาหนดแนวเขตพื้นที่สงวนหวงห้ามของรัฐ

               ทับซ้อนกับที่ดินทำากินและอยู่อาศัยของประชาชน และหน่วยงานของรัฐมิได้กระตือรือร้นหรือเร่งรัดแก้ไข
               ข้อผิดพลาดที่เกิดกระทบสิทธิในที่ดินของประชาชน ทั้งยังพบว่า ระดับของการสร้างการมีส่วนร่วมยังอยู่

               ในระดับตำ่าสุด แม้จะมีการดำาเนินการมากขึ้นในปัจจุบันในระดับหน่วยงานในท้องที่ผู้ปฏิบัติ เช่น
               กรณีพื้นที่อยู่ในระหว่างดำาเนินการเตรียมประกาศให้เป็นเขตอุทยานแห่งชาติถำ้าผาไท จังหวัดลำาปาง

               แต่หน่วยงานในระดับนโยบายและส่วนกลางจะมีความเห็นหรือยอมรับในการดำาเนินงานนั้นหรือไม่
                     จากการศึกษายังพบว่า ในพื้นที่ดำาเนินการประกาศเป็นกฎหมายแล้วแต่ยังมีข้อผิดพลาดที่ตรวจสอบ

               พบแต่หน่วยงานของรัฐก็ยังมิได้มีการแก้ไขปัญหานั้นอย่างจริงจัง เช่น กรณีปัญหาการประกาศเขตอุทยาน
               ทับซ้อนกับแนวเขตพระราชกฤษฎีกาเพิกถอนแนวเขตพื้นที่หวงห้ามที่ทหาร พ.ศ.๒๔๘๑ จังหวัดกาญจนบุรี




       194     การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำาหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ
   190   191   192   193   194   195   196   197   198   199   200