Page 197 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ
P. 197
๔. การกำาหนดแนวเขตพื้นที่สงวนหวงห้ามของรัฐ พบว่า ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่ถูกกำาหนด
ขอบเขตเหล่านี้ เป็นผู้กระทำาผิดตามกฎหมาย วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป กระทบสิทธิของประชาชน ละเมิด
สิทธิมนุษยชน และไม่มีหน่วยงานใดเข้ามารับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น
๕. การจำาแนกที่ดิน และการกำาหนดแนวเขตที่ดิน พบว่า การจำาแนกที่ดิน และการกำาหนด
แนวเขตที่ดินเพื่อการพัฒนาประเทศและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติที่ผ่านมา ประกอบกับจำานวน
ประชากรที่เพิ่มขึ้น มีการใช้ประโยชน์ในที่ดินอันหลากหลาย มีวิชาการใหม่ๆ ในการใช้ประโยชน์ในที่ดิน
ทำาให้การใช้เส้นที่แสดงลักษณะความสูงตำ่าของพื้นที่เป็นตัวกำาหนดแนวเขตที่ดินตามการจำาแนก เป็นการ
ดำาเนินการที่ล้าสมัย และไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริงตามความเหมาะสมในการใช้ประโยชน์ตามศักยภาพ
ของพื้นที่
๖. การมีส่วนร่วมของประชาชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ พบว่า รัฐไม่มีการสร้างความ
เข้าใจกับประชาชน ให้ตระหนักถึงการเป็นพื้นที่แหล่งต้นนำ้าลำาธารที่ต้องมีการใช้ประโยชน์ร่วมกัน
รักษาไว้ให้คงอยู่ สร้างการมีส่วนร่วมให้ประชาชนเข้าใจในด้านการอนุรักษ์อย่างถูกวิธี และกำาหนด
วิธีการในการอยู่กับพื้นที่ควรสงวนรักษาอย่างยิ่งนั้น แต่ในการดำาเนินงานของหน่วยงานของรัฐที่ผ่านมา
มีแต่ต้องการอพยพโยกย้ายประชาชนแห่งท้องที่นั้นเพียงอย่างเดียว ไม่แก้ไขโดยวิธีอื่น ทำาให้ขาดการมี
ส่วนร่วมของประชาชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ที่มีผลกระทบกับระบบนิเวศ
๗. กระบวนการยุติธรรมกับการกำาหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ พบว่า การกำาหนดแนวเขตที่ดิน
ของรัฐที่เกิดการทับซ้อนที่ดินของประชาชนและทำาให้ประชาชนเหล่านั้นเป็นผู้ที่ผิดกฎหมาย ถูกจับกุม
ดำาเนินคดีตามที่กฎหมายกำาหนด มีการเลือกปฏิบัติ มีการปล่อยปละละเลยต่อผู้กระทำาความผิด มี
การดำาเนินการทางคดีกับผู้ด้อยโอกาสและยากจนมากกว่านายทุนหรือผู้มีอิทธิพลหรือนักการเมือง
กระบวนการยุติธรรมใช้ระยะเวลานาน ผู้ยากจนไม่มีเงินประกันตัวและต่อสู้คดี
๘. ปัญหาแนวเขตที่ดินของรัฐ พบว่า ผลจากการกำาหนดแนวเขตพื้นที่สงวนหวงห้ามของรัฐ โดยที่
มิได้ให้ประชาชนหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้าไปมีส่วนร่วมในการดำาเนินงาน ทำาให้เกิดปัญหากระทบ
สิทธิของประชาชนในด้านที่ดินทำากินและที่อยู่อาศัย มีข้อโต้แย้งอันเนื่องมาจากประชาชนไม่ทราบข้อมูล
และข้อเท็จจริงของหน่วยงานของรัฐที่กำาหนด หน่วยงานของรัฐไม่ทราบถึงความไม่พอใจของประชาชน
และไม่มีการเร่งรัดแก้ไขปัญหา
จึงเห็นได้ว่า หากได้ดำาเนินการกำาหนดแนวเขตพื้นที่สงวนหวงห้ามของรัฐ หรือกรณีแก้ไขปัญหา
ที่เกิดขึ้นจากการกำาหนดแนวเขตไว้แล้ว ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนในการกำาหนด
แนวเขตหรือในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น จะทำาให้รัฐและประชาชนได้ทราบข้อมูลข้อเท็จจริง นำามา
ประกอบการตัดสินใจได้อย่างถูกต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทำาให้มีการยอมรับ ไม่มีข้อโต้แย้ง ส่งผลให้
ไม่ต้องมีการให้แก้ไขปัญหากันอีกในอนาคต
196 การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำาหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ

