Page 196 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ
P. 196

กรณีปัญหาที่ดินมีหนังสือสำาคัญสำาหรับที่หลวงทับที่ตั้งชุมชนและที่ดินทำากิน จังหวัดสกลนคร กรณีปัญหา
                 ชาวบ้านถูกกล่าวหาว่าบุกรุกพื้นที่เขตอุทยานฯ ในอำาเภอวังนำ้าเขียว จังหวัดนครราชสีมา กรณีประกาศ

                 เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อยทับซ้อนเอกสารสิทธิที่ดินราษฎร จังหวัดพัทลุง กรณีอุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น
                 ประกาศเขตอุทยานทับที่ทำากิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี และการประกาศเขตป่าสงวนแห่งชาติและอุทยาน

                 แห่งชาติทับที่ดินทำากินราษฎร จังหวัดราชบุรี เป็นต้น

                       ดังนั้น หากได้ดำาเนินการกำาหนดแนวเขตพื้นที่สงวนหวงห้ามของรัฐ หรือกรณีแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

                 จากการกำาหนดแนวเขตไว้แล้ว ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนในการกำาหนดแนวเขตหรือใน
                 การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น จะทำาให้รัฐและประชาชนได้ทราบข้อมูลข้อเท็จจริง นำามาประกอบการตัดสินใจ

                 ได้อย่างถูกต้องเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทำาให้มีการยอมรับไม่มีข้อโต้แย้ง ส่งผลให้ไม่ต้องมีการให้แก้ไข
                 ปัญหากันอีกในอนาคต


                       จากการวิเคราะห์ผลการศึกษา สรุปได้ดังนี้


                       สามารถวิเคราะห์ถึงสภาพปัญหา แนวทางในการปฏิบัติของการมีส่วนร่วมของประชาชนในการ
                 กำาหนดแนวเขตที่ดินของรัฐได้ ๘ ประเด็น คือ

                       ๑. การมีส่วนร่วมของประชาชน และความสัมพันธ์ของการมีส่วนร่วม ข้อมูลข่าวสาร และ

                 การกระจายอำานาจ พบว่า การมีส่วนร่วมของประชาชน ไม่มีการดำาเนินการอย่างต่อเนื่อง ไม่มีองค์กร
                 รับผิดชอบหลักที่มีหน้าที่ในการกำาหนดหลักเกณฑ์ ประชาชนและส่วนราชการยังไม่เห็นความสำาคัญ

                 ของการมีส่วนร่วม ขาดรูปแบบการมีส่วนร่วมที่แท้จริง โครงสร้างระบบราชการไม่เกื้อหนุนให้ประชาชน
                 สามารถเข้าไปมีส่วนร่วม รัฐมิได้ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริง สำาหรับความสัมพันธ์กัน

                 ระหว่างการมีส่วนร่วม ข้อมูลข่าวสาร และการกระจายอำานาจ พบว่า ไม่มีความสัมพันธ์กัน กฎหมาย
                 ด้านการมีส่วนร่วม การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และการกระจายอำานาจ ได้แยกหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบ

                 ออกจากกัน แยกกันดำาเนินการ ไม่เป็นเอกภาพที่จะให้เกิดการบูรณาการ ส่งผลถึงการให้ประชาชนเข้าไป
                 มีส่วนร่วมไม่ก้าวหน้าเท่าที่ควร

                       ๒. การทับซ้อนของแนวเขตที่ดินของรัฐกระทบสิทธิในที่ดินของประชาชน พบว่า การกำาหนด

                 แนวเขตที่ดินของรัฐและมีการทับซ้อนกันระหว่างหน่วยงานภายในด้วยกัน มีการทับซ้อนกันระหว่าง

                 หน่วยงาน ยังพบอีกว่าหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ดำาเนินการกำาหนดแนวเขต โดยประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจาก
                 การจัดทำาแนวเขตไม่ทราบข้อมูลในพื้นที่จริงว่าขอบเขตพื้นที่ที่กำาหนดเป็นอย่างไร แม้ว่าพบข้อผิดพลาด
                 แล้วก็ตาม แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ยังไม่ได้มีการแก้ไข ทั้งยังมีความล่าช้า หน่วยงานผู้รับผิดชอบยังไม่

                 ดำาเนินการในการแก้ไขปัญหาให้ลุล่วง รวมทั้งการไม่สามารถตกลงกันได้ในเรื่องปัญหาการทับซ้อน

                 แนวเขตระหว่างหน่วยงาน

                       ๓. การพิจารณาออกกฎกระทรวง หรือ พระราชกฤษฎีกา กำาหนดให้มีแผนที่แนบท้ายอันถือเป็น
                 ส่วนหนึ่งของกฎหมาย พบว่า สำานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกามีเฉพาะผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านกฎหมาย

                 แต่ไม่มีความรู้ในด้านแผนที่ ทำาให้เกิดความล่าช้า เกิดความผิดพลาดในการจัดทำาแผนที่แนบท้าย
                 พระราชกฤษฎีกาหรือกฎกระทรวง ไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริงในพื้นที่ที่กำาหนดในรูปแผนที่




                                                                การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำาหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ  195
   191   192   193   194   195   196   197   198   199   200   201