Page 191 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ
P. 191
อุทยานแห่งชาติ โดยปี พ.ศ.๒๕๒๔ ประกาศทับซ้อนพื้นที่ชุมชนและเขตปฏิรูปที่ดิน ที่กรมป่าไม้ส่งมอบ
พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าวังนำ้าเขียว และป่าเขาภูหลวงให้สำานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และ
กำาหนดให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน ในปี พ.ศ.๒๕๒๑ สามารถวิเคราะห์ได้ว่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และ
พันธุ์พืชยังมิได้ดำาเนินการปรับแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลานที่ประชาชนมีส่วนร่วมกำาหนดแนวเขตใหม่
ที่จัดทำาขึ้นเมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๐ เป็นต้น ซึ่งสาเหตุมาจากการออกกฎกระทรวงหรือพระราชกฤษฎีกา อันมี
แผนที่แนบท้ายอันเป็นกฎหมาย ซึ่งการดำาเนินการใช้ระยะเวลานาน มีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
และไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริงในพื้นที่ ทำาให้เกิดความผิดพลาดด้านแผนที่แนบท้าย
5.4 การก�าหนดแนวเขตพื้นที่สงวนหวงห้ามของรัฐ
การกำาหนดแนวเขตที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐที่ประชาชนถือครองทำาประโยชน์อยู่ในแนวเขต
ที่ดินนั้น เป็นการกระทบสิทธิของประชาชน ละเมิดสิทธิมนุษยชน ประชาชนจะมีความผิดตามกฎหมาย
ที่ถูกพื้นที่ทับซ้อนกับที่ดินทำากิน เช่น ป่าสงวนแห่งชาติ หรืออุทยานแห่งชาติ ทั้งที่เดิมประชาชน
เหล่านั้นมีชีวิตความเป็นอยู่โดยธรรมชาติที่ปกติสุขทั่วไป แต่กลายมาเป็นผู้ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะอยู่
ในพื้นที่ประกาศเป็นพื้นที่สงวนหวงห้ามของรัฐ สาเหตุเพราะในการกำาหนดมิได้มีการตรวจสอบกันอย่าง
จริงจัง หรือดำาเนินการอย่างไม่รอบคอบ ส่งผลให้วิถีชีวิตของประชาชนเปลี่ยนไปทั้งๆ ที่ประชาชน
เหล่านั้นอาศัยทำากินในที่ดินบริเวณนั้นมาเป็นเวลาร้อยกว่าปีแล้ว อย่างเช่น จากข้อมูลการตรวจสอบ
และประชุมผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่กรณีตัวอย่าง แนวเขตป่าสงวนแห่งชาติทับซ้อนที่ดินทำากิน พื้นที่บ้านตากแดด
ตำาบลยางหัก อำาเภอปากท่อ จังหวัดราชบุรี ชาวกะเหรี่ยงในท้องที่ที่อยู่ในพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติ
และกรณีการเตรียมการประกาศอุทยานแห่งชาติถำ้าผาไท พื้นที่บ้านกลาง ตำาบลบ้านดง อำาเภอแม่เมาะ
จังหวัดลำาปาง ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติที่อยู่ในระหว่างการประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ ซึ่งชาวบ้าน
ที่ได้รับผลกระทบมีวิถีชีวิต การดำารงชีพตามกลุ่มชาติพันธุ์ที่แตกต่างกัน ทำาให้สูญเสียรายได้และวิถีชีวิต
ดั้งเดิม ส่งผลให้เกิดปัญหาทางสังคม แม้ว่ารัฐบาลหรือหน่วยงานที่รับผิดชอบจะผ่อนปรนให้อยู่ในพื้นที่นั้น
ต่อไปได้ แต่ทางกฎหมายก็ยังถือว่าประชาชนเหล่านี้เป็นผู้กระทำาผิด อยู่กับความหวาดระแวง ซึ่งหาก
นโยบายเปลี่ยนแปลงไปในอนาคตจะส่งผลถึงความมั่นคงในการอยู่อาศัยและใช้ประกอบอาชีพอย่าง
หลีกเลี่ยงมิได้ ทั้งยังพบว่า ไม่มีหน่วยงานใดสร้างความมั่นใจและออกมารับผิดชอบหรือประกันในความเสี่ยง
ที่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงนโยบายในอนาคต
5.5 การจ�าแนกที่ดิน และการก�าหนดแนวเขตที่ดิน
สำานักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กระทรวงมหาดไทย และกระทรวง
เกษตรและสหกรณ์ ได้จัดทำาโครงการสำารวจจำาแนกประเภทที่ดิน ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๔
พฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๐๔ มีวัตถุประสงค์หลัก ๒ ประการ คือ ให้รักษาพื้นที่ป่าไม้ของประเทศไทยไว้เป็น
สมบัติของชาติให้ได้ร้อยละ ๕๐ (ป่าไม้ถาวร) และให้หาพื้นที่ที่เหลือเพื่อนำามาจัดสรรให้แก่ประชาชน
ที่จะเพิ่มขึ้นให้สมดุลกัน
190 การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำาหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ

