Page 189 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ
P. 189

หน่วยงานเดียวกันที่รับผิดชอบ และพบว่ามีการทับซ้อนกันระหว่างหน่วยงาน เช่น พื้นที่เขตปฏิรูปที่ดิน
               กับพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและเขตอุทยานแห่งชาติ ทั้งยังพบอีกว่าหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ดำาเนินการกำาหนด

               แนวเขต โดยประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการจัดทำาแนวเขตไม่ทราบข้อมูลในพื้นที่จริงว่าขอบเขตพื้นที่
               ที่กำาหนดเป็นอย่างไร แม้ว่าพบข้อผิดพลาดแล้วก็ตาม แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ยังไม่ได้มีการแก้ไข เช่น
               กรณีแนวเขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ทับซ้อนกับแนวเขตพื้นที่เพิกถอนการหวงห้ามที่ราชพัสดุที่

               ได้หวงห้ามไว้เพื่อประโยชน์ในราชการทหาร พื้นที่ตำาบลนาสวนและด่านแม่แฉลบ อำาเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัด
               กาญจนบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ทับซ้อนกับที่ดินของประชาชนที่รัฐได้จัดสรร

               ให้กับผู้ที่อพยพโยกย้ายจากการใช้พื้นที่เพื่อสร้างเขื่อน เกิดปัญหาข้อเรียกร้องและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
               ตรวจสอบแล้วพบว่า มีการจัดวางตำาแหน่งค่าพิกัดผิดพลาดคลาดเคลื่อนไปจากในแผนที่แนบท้าย
               พระราชกฤษฎีกาจริง แต่ก็มิได้ดำาเนินการแก้ไขให้เป็นไปตามข้อเท็จจริง ทั้งยังมีความล่าช้า หน่วยงาน

               ผู้รับผิดชอบยังไม่ดำาเนินการในการแก้ไขปัญหาให้ลุล่วง
                       กรณีแนวเขตอุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็นทับซ้อนที่ดินทำากิน พื้นที่อำาเภอเวียงสระ อำาเภอนาสาร

               และอำาเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี การให้พิสูจน์สิทธิเพื่อแก้ไขปัญหาเป็นไปด้วยความล่าช้า
               ทั้งๆ ที่ประชาชนมิได้บุกรุกพื้นที่เขตอุทยานหรือเขตป่าสงวนแห่งชาติ เพราะประชาชนเข้ามาอยู่อาศัย
               หรือเข้าทำาประโยชน์ในเขตป่าไม้ถาวร ในขณะที่ยังไม่มีการประกาศเป็นที่สงวนหวงห้ามหรืออุทยาน

               แห่งชาติในสมัยนั้น แต่ปัจจุบันกลับกลายเป็นผู้บุกรุกเขตอุทยานแห่งชาติ ซึ่งประกาศกำาหนดในภายหลัง
               ในขณะที่ทำาการกำาหนดแนวเขตพื้นที่ให้เป็นป่าสงวนแห่งชาติ และพัฒนามาเป็นอุทยานแห่งชาติมิได้ดู

               ในเรื่องสิทธิในที่ดินของประชาชนที่มีอยู่เดิมเลย
                       ในการแก้ไขข้อผิดพลาดก็เช่นกัน การปรับปรุงแนวเขตเพื่อมิให้กระทบสิทธิในที่ดินของประชาชน

               หรือการรีเชฟ ได้ดำาเนินการมาแล้วถึง ๒ ครั้ง คือ ครั้งที่ ๑ การปรับปรุงเขตพื้นที่ป่าไม้เริ่มดำาเนินการ
               ในปี พ.ศ.๒๕๕๐ โดยให้มีการตรวจสอบและดำาเนินการปรับปรุงแนวเขตของพื้นที่ป่าไม้และหน่วยงาน

               อื่นๆ ให้เป็นเส้นเดียวกัน ครั้งที่ ๒ เป็นการสอบทาน โดยดำาเนินการในรูปแบบเดียวกันซึ่งให้เอกชนเข้ามา
               ดำาเนินการร่วมด้วย ในปี พ.ศ. ๒๕๕๓ แต่ไม่ประสบผลสำาเร็จ คาดว่าคงต้องดำาเนินการต่อไป ทั้งนี้
               หากไม่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมประชาชนจะไม่ยอมรับ นำาไปสู่การเรียกร้องต่อไปอีก

                       จากการศึกษาข้อเท็จจริงในพื้นที่ กรณีแนวเขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อยทับซ้อนที่อยู่อาศัยและ

               ที่ดินทำากินของประชาชน ตำาบลพนางตุง อำาเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง และพื้นที่ตำาบลแหลม อำาเภอหัวไทร
               จังหวัดนครศรีธรรมราชก็เช่นเดียวกัน โดยครั้งแรกการประกาศเขตห้ามล่าสัตว์ป่ามิได้กำาหนดเรื่องสิทธิ
               ในที่ดิน แต่ต่อมาเมื่อได้แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติให้รวมถึงเรื่องสิทธิในที่ดินเข้าไปด้วย เป็นการเพิ่ม

               ความเข้มข้นของกฎหมายมากขึ้น ทำาให้กระทบกับสิทธิในที่ดินที่ประชาชนใช้ประโยชน์ (พระราชบัญญัติ
               สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.๒๕๓๕ ห้ามมิให้ผู้ใดยึดถือครอบครองที่ดินภายในเขตห้ามล่าสัตว์ป่า

               ตามมาตรา ๔๒ วรรค ๒ (๓) โดยที่พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.๒๕๐๓ มุ่งเน้นคุ้มครอง
               สัตว์ป่าเพียงอย่างเดียว

                     รวมทั้งการไม่สามารถตกลงกันได้ในเรื่องปัญหาการทับซ้อนแนวเขตระหว่างหน่วยงาน เช่น กรณี
               แนวเขตทับซ้อนระหว่างอุทยานแห่งชาติทับลาน กับเขตปฏิรูปที่ดินในพื้นที่อำาเภอวังนำ้าเขียว จังหวัด

               นครราชสีมา และอุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็น กับพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติและเขตปฏิรูปที่ดิน ในพื้นที่อำาเภอ
               นาสาร และอำาเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตามที่กล่าวมาเป็นต้น




       188     การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำาหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ
   184   185   186   187   188   189   190   191   192   193   194