Page 185 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ
P. 185
อุทยานแห่งชาติทับลานที่ประชาชนมีส่วนร่วมกำาหนดแนวเขตใหม่ที่จัดทำาขึ้นเมื่อปี พ.ศ.๒๕๔๐ เนื่องจาก
รัฐบาลมีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๔๑ ยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีก่อนหน้า รวมทั้งมติ
คณะรัฐมนตรีแก้ไขปัญหาแนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน เมื่อวันที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ.๒๕๔๐ ในเขต
ป่าเขาภูหลวง ที่มีการเพิกถอนป่าสงวนแห่งชาติเพื่อนำามาปฏิรูปที่ดินแต่ปรากฏว่าพื้นที่ดังกล่าว ทับซ้อนกับ
พื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน และพื้นที่โซน C ทำาให้ไม่สามารถให้สิทธิจากการปฏิรูปที่ดินได้ และต้องเพิกถอน
สิทธิในบางแปลง ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรเหล่านี้เป็นปัญหาที่มีความซับซ้อนที่รัฐจะต้องคำานึงถึงและนำามา
พิจารณาในการแก้ไขปัญหาต่อไป นอกจากปัญหาทับซ้อนในเรื่องแนวเขตแล้ว ยังมีเงื่อนไขด้านประชากร
ที่เพิ่มขึ้นที่รัฐต้องปรับแนวคิดในการแก้กฎหมายเกี่ยวกับป่าไม้ที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน
(๗) กรณีปัญหาที่ดินมีหนังสือสำาคัญสำาหรับที่หลวงทับที่ตั้งชุมชนและที่ดินทำากิน พื้นที่
ตำาบลหนองหาร อำาเภอเมือง จังหวัดสกลนคร โดยรัฐประกาศพระราชกฤษฎีกากำาหนดเขตหวงห้ามที่ดิน
ในท้องที่อำาเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร พ.ศ.๒๔๘๔ ทับซ้อนพื้นที่ชุมชนเก่าแก่ ซึ่งตั้งถิ่นฐาน
มาก่อนพระราชกฤษฎีกากำาหนดเขตหวงห้ามที่ดินฯ สามารถวิเคราะห์ได้ว่า พื้นที่หนองหารยังมีปัญหา
การออกเอกสารสิทธิไม่ชอบด้วยกฎหมายในเขตพื้นที่หนังสือสำาคัญสำาหรับที่หลวง แต่ที่ดินที่ประชาชน
ถือครองและใช้ประโยชน์มีมาก่อนแต่ไม่ได้รับเอกสารสิทธิ ทำาให้ประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรมการกำาหนด
เขตที่ดินของรัฐ ที่ผ่านมาประชาชนไม่มีส่วนร่วมในการกันพื้นที่ทำากินและที่ตั้งชุมชนออกจากแนวเขตที่ดิน
ของรัฐ ในขณะที่จำานวนประชากรก็ขยายตัวเพิ่มมากขึ้น ประกอบกับไม่สามารถชี้แนวเขตพระราชกฤษฎีกา
กำาหนดเขตหวงห้ามได้ ทำาให้ประชาชนจำานวนมากเสียสิทธิในการออกเอกสารสิทธิในที่ดิน
นอกจากนี้ ได้มีการสำารวจความคิดเห็นของประชาชนโดยใช้แบบสอบถามเป็นการสำารวจข้อมูล
การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำาหนดแนวเขตที่ดินรัฐ เนื่องจากการสำารวจต้องการทราบถึงข้อคิดเห็น
และข้อเสนอแนะของประชาชนที่ประสบปัญหาในพื้นที่กรณีศึกษาทั้ง ๗ แห่ง ดังกล่าวมาแล้วข้างต้น
ผลการตอบแบบสอบถามสรุปได้ว่า ความรู้ ความเข้าใจของประชาชนเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของชุมชน
ในการกำาหนดแนวเขตที่ดินรัฐ พบว่า มีความรู้ ความเข้าใจในระดับมากถึงมากที่สุด ประชาชนส่วนใหญ่
คิดว่ายังมีส่วนร่วมในระดับที่น้อยมากจนถึงปานกลาง แสดงให้เห็นว่าหน่วยงานภาครัฐมีการประชาสัมพันธ์
ชี้แจงข้อมูลข่าวสาร รวมทั้งเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นยังไม่ทั่วถึง
ประชาชนผู้ตอบแบบสอบถามได้ให้ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพื่อเป็นแนวทางให้ภาครัฐ
นำาไปปรับปรุงการดำาเนินงานกำาหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ สามารถสรุปประเด็นสำาคัญๆ คือ ภาครัฐควร
ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร ชี้แจง และสร้างความเข้าใจกับประชาชนและท้องถิ่นให้มีความรู้ ความเข้าใจ
ในการกำาหนดแนวเขตที่ดินของรัฐก่อนที่จะประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ ควรเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร
ที่เป็นจริง ควรให้ประชาชนมีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น โดยให้ภาครัฐจัดตั้งกลไกการแก้ไขปัญหา
ที่ดินแนวเขตทุกระดับก่อนที่จะประกาศเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ เพื่อให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการกำาหนด
กฎเกณฑ์ในการใช้ประโยชน์ในที่ดินและรักษาพื้นที่ป่า รวมทั้งให้ภาคประชาชนและท้องถิ่นเข้าร่วมเป็น
คณะทำางาน หรือออกสำารวจพื้นที่ร่วมกัน ภาครัฐควรเร่งจัดทำาแนวเขตให้มีความชัดเจน มีการบูรณาการ
ร่วมกันระหว่างหน่วยงาน เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาแนวเขตที่ดินที่ทับซ้อนให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน รัฐควร
แก้ไขปัญหาแนวเขตให้เป็นปัจจุบัน ดำาเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ภาครัฐควรบังคับใช้กฎหมาย
อย่างจริงจัง ดำาเนินการตามกฎหมายไม่เน้นบุคคลใดบุคคลหนึ่ง รวมทั้งร่วมกันแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
184 การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำาหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ

