Page 182 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ
P. 182

กำาหนดไว้ในกฎหมายหลายฉบับ แต่ไม่ได้ให้ความสำาคัญกับการมีส่วนร่วมของประชาชน ทำาให้มีความ
                 ขัดแย้งในเชิงปฏิบัติด้านหลักการปฏิบัติ และด้านสิทธิของประชาชน ประชาชนไม่ได้มีส่วนร่วมในการ

                 กำาหนดแนวเขตพื้นที่สงวนหวงห้ามของรัฐ ส่งผลให้ซ้อนทับที่ดินทำากินของประชาชน ทำาให้ประชาชน
                 ไม่ได้รับสิทธิอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

                       การมีส่วนร่วมของประชาชน ซึ่งแบ่งระดับการมีส่วนร่วมเป็น ๕ ขั้น โดยแต่ละขั้นจะเรียงลำาดับ
                 จากการให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมมากที่สุดไปถึงระดับน้อยที่สุด ดังนี้ (๑) การมีส่วนร่วมในระดับ

                 ให้อำานาจกับประชาชน (๒) การมีส่วนร่วมในระดับสร้างความร่วมมือ (๓) การมีส่วนร่วมในระดับการ
                 เข้ามีบทบาท (๔) การมีส่วนร่วมในระดับหารือ เป็นลักษณะการให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการให้ข้อมูล
                 ข้อเท็จจริง ความรู้สึก ความคิดเห็นประกอบการตัดสินใจ ดังนั้น ประชาชนจึงมีบทบาทในการให้เฉพาะ

                 ข้อมูลเท่านั้น ส่วนการตัดสินใจก็เป็นของหน่วยงานทางภาครัฐ (๕) การมีส่วนร่วมในระดับข้อมูลข่าวสาร
                 ซึ่งเป็นระดับตำ่าสุดของการมีส่วนร่วม บทบาทของประชาชนจะน้อยมากเพราะรัฐจะเป็นเพียงผู้ให้ข้อมูล

                 กับประชาชนเพียงด้านเดียว และประชาชนไม่มีโอกาสแสดงความคิดเห็น แต่อย่างไรก็ตามการทราบข้อมูล
                 ข่าวสารก็มีความจำาเป็นต่อการมีส่วนร่วมในระดับที่สูงขึ้น เพราะถ้าประชาชนไม่ทราบข้อมูลที่ครบถ้วน
                 การตัดสินใจที่สมเหตุสมผลคงไม่เกิดขึ้น

                       จากการศึกษาถึงสภาพการณ์ด้านการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน มีประเด็นปัญหาสำาคัญ

                 ๖ ประการ ได้แก่ (๑) ปัญหาการมีส่วนร่วมของประชาชนแต่เพียงในรูปแบบ (๒) ปัญหาประชาชนยังไม่เข้าใจ
                 และขาดรูปแบบการมีส่วนร่วมที่ทำาให้ประชาชนเกิดความเป็นพลเมือง (Citizenship) การมีส่วนร่วม
                 ของประชาชนในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในปัจจุบัน โดยมากเป็นการมีส่วนร่วมแบบการรับทราบ

                 การดำาเนินการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (Inform) ซึ่งนับว่าเป็นการมีส่วนร่วมในระดับที่ตำ่าเกือบ
                 จะที่สุด (๓) ปัญหาจากมาตรการทางกฎหมายที่ไม่เกื้อหนุนต่อการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน (๔)
                 กฎหมายในปัจจุบัน เกิดขึ้นก่อนที่จะมีการใช้รัฐธรรมนูญ พุทธศักราช ๒๕๔๐ และพุทธศักราช ๒๕๕๐

                 ทำาให้โครงสร้างไม่เกื้อหนุนให้ประชาชนสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมได้เลย (๕) ปัญหาการมีองค์กรที่ทำางาน
                 ส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนที่มีจำานวนมากในเชิงปริมาณแต่ขาดคุณภาพ และ
                 (๖) กฎหมายด้านการมีส่วนร่วม การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และการกระจายอำานาจ แยกออกจากกัน และ

                 แยกหน่วยงานในการดูแลรับผิดชอบ

                       สำาหรับการมีส่วนร่วม การเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และการกระจายอำานาจ มีการดำาเนินงานที่แยก
                 ออกจากกัน โดยพบว่า ข้อมูลข่าวสารมีสำานักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ สังกัดสำานัก

                 นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับผิดชอบ การกระจายอำานาจมีสำานักงานคณะกรรมการกระจายอำานาจให้แก่องค์กร
                 ปกครองส่วนท้องถิ่น สังกัดสำานักนายกรัฐมนตรีเช่นเดียวกัน การมีส่วนร่วมของประชาชนอยู่ภายใต้
                 การดูแลของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นที่กำาหนดให้ดำาเนินการ สำาหรับหน่วยงานอื่นๆ ที่กำาหนดไว้

                 เป็นเพียงการดำาเนินการให้ครบองค์ประกอบเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นเท่านั้น

                       ในด้านความสำาคัญของการจัดทำาแนวเขต สภาพปัญหาและอุปสรรคในการดำาเนินงานที่เกี่ยวข้อง
                 กับการจัดทำาแนวเขตที่ดินสงวนหวงห้ามของรัฐ พบว่า การประกาศกำาหนดให้เป็นที่ดินของรัฐแบ่งแยก

                 ออกตามวัตถุประสงค์หรือนโยบายของรัฐได้เป็น ๒ ประเภท คือ ๑) เป็นพื้นที่ที่รัฐมีวัตถุประสงค์ในการ
                 สงวนเพื่อการใช้ประโยชน์ร่วมกันในพื้นที่ ทั้งแก่รัฐและแก่ประชาชน และ (๒) เป็นพื้นที่ที่รัฐมีวัตถุประสงค์
                 ในการสงวนเพื่อการสงวนรักษาทรัพยากรธรรมชาติ




                                                                การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำาหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ  181
   177   178   179   180   181   182   183   184   185   186   187