Page 444 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง เพื่อปรับปรุงแก้ไขนโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนด้านที่ดินและป่า
P. 444

สํานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ
                                                                                               National Human Rights Commission of Thailand

                        ●  ความลาชาในการออกหนังสืออนุญาตใหเขาทําประโยชนในเขตปฏิรูปที่ดิน

                        ●  เขตปฏิรูปที่ดินไมมีขอบเขตแนนอน ที่ชัดเจน โดยเฉพาะกรณีการสงมอบพื้นที่ปาสงวนแหงชาติ

                        ●  ไมมีกระบวนการแสวงหาขอเท็จจริงที่ชัดเจนของหนวยงานราชการเกี่ยวของ

                        ผลกระทบของราษฎรจากการถูกละเมิด
                        ●  ราษฎรขอออกเอกสารสิทธิในที่ครอบครองทําประโยชนไมได

                        ●  ราษฎรเขาไปใชประโยชนในที่ดินไมได

                        ●  ราษฎรถูกฟองรองดําเนินคดี

                        ●  ราษฎรถูกบังคับ ขับไล ออกจากพื้นที่
                        ●  ราษฎรสูญเสียทรัพยสินและที่ดินทํากิน

                        รายละเอียดปรากฏตามฐานขอมูลการตรวจสอบเรื่องรองเรียนกรณีที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน เฉพาะกรณี

               คณะอนุกรรมการสิทธิมนุษยชนดานที่ดินและปา ตรวจสอบพบการละเมิดสิทธิ ตัวอยางเชน

                        รายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ 125/2549 เรื่อง สิทธิชุมชนทองถิ่น กรณี
               การละเมิดสิทธิในที่ดินและทรัพยสินจากการตั้งมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ

                        ผูรองกลุมที่ 1 รวม 11 ราย รองเรียนวาถูกมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ (มวล.) และสํานักงานปฏิรูปที่ดิน

               จังหวัดนครศรีธรรมราช ประกาศเขตปฏิรูปที่ดินและจัดสรรที่ดิน โดยออกหนังสืออนุญาตใหทําประโยชน

               ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) ทับที่ดินของบรรพบุรุษ โดยผูไดรับสิทธิ์จาก ส.ป.ก.  ดังกลาว ไดรับความเดือดรอน
               เพราะถูกอพยพจากที่ดินที่ครอบครองอยูเดิม เพื่อนําไปมอบใหกอสรางมหาวิทยาลับวลัยลักษณ (มวล.)

               และถูกขมขูวาจะทําลายตนยางและไถที่ดิน ซึ่งทางอําเภอไมใหการชวยเหลือปกปองความปลอดภัยในชีวิต

               และทรัพยสินของผูรอง จึงรองไปยังสมาชิกสภาองคการบริหารสวนจังหวัดนครศรีธรรมราช การขมขูจึงยุติไปชั่วคราว

               แตชาวบานสวนใหญไมกลาตอสูตอไป จึงยินยอมให ส.ป.ก. จัดสรรที่ดินให โดยไดรับหนังสืออนุญาต
               ใหเขาทําประโยชนในเขตปฏิรูปที่ดิน (สปก. 4 - 01) ครอบครัวละ 5 ไร เทากับกลุมถูกอพยพ แตผูรอง 11 ราย

               ยังไมยินยอม สาเหตุขอพิพาทเกิดจากการกอสรางมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ (มวล.) โดยใชที่สาธารณประโยชน

               ทุงคลองปุด ทุงหาดทรายขาว ทุงบอนิง ที่เดิมมีเนื้อที่ 7,773 ไร แตมาออกหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวง (นสล.)

               เลขที่ นศ. 0119 ไดเนื้อที่ถึง 10,560 ไรเศษ และตอมาขอออกหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวง (นสล.) อีก 1 แปลง
               เลขที่ นศ. 0423 เนื้อที่ 775 ไร ในที่สาธารณะทุงคลองปุด ทุงหาดทรายขาว และทุงบอนิง แปลงเดียวกัน

               รวมไดเนื้อที่ทั้งหมด 11,335 ไร ที่ดินแปลงสาธารณประโยชนดังกลาว มีประชาชนอยูครอบครองมากอน

               900 กวาครัวเรือน และมีจํานวนมากที่มีหนังสือรับรองการทําประโยชน (น.ส. 3 ก., น.ส. 3)  ใบแจงการครอบครอง

               ที่ดิน (ส.ค. 1) และใบเสียภาษีบํารุงทองที่ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ (มวล.) ยังขอใชที่สาธารณประโยชนทุงบานไผ
               อีก 1 แปลง ซึ่งเดิมมีการสงวนไว ตามทะเบียนมีเนื้อที่ 1,681 ไร แตมาขอออกออกหนังสือสําคัญสําหรับ





                                                                       รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง “เพื่อปรับปรุงแกไข  423
                                                                นโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนดานที่ดินและปาไม”
   439   440   441   442   443   444   445   446   447   448   449