Page 448 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง เพื่อปรับปรุงแก้ไขนโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนด้านที่ดินและป่า
P. 448

สํานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ
                                                                                               National Human Rights Commission of Thailand


                        จากการตรวจสอบเอกสารหลักฐาน พบวา การดูแลปาชุมชนมีการดําเนินการอยางเปนรูปธรรม
               มีหนวยงานทางราชการหลายหนวยรับทราบและรวมใหการสนับสนุน มีการจัดตั้งเปนคณะกรรมการ มีระเบียบ

               ขอบังคับการฟนฟูและพัฒนาปาชุมชนเขาเหลาใหญ มีคณะกรรมการยอย เพื่อทํากิจกรรม เชน การทําแนวกั้นไฟ

               ซึ่งการดําเนินการชาวบานรับทราบและมีสวนรวม โดยการบริจาคที่ดินเพื่อทําแนวกั้นไฟ มีการประชุม

               รวมกันมาตลอด ตั้งแตป 2541 จนถึงปจจุบัน ประกอบกับขอมูลที่สํานักงานที่ดินจังหวัดหนองบัวลําภูไดรายงาน
               ตอผูวาราชการจังหวัดหนองบัวลําภู ก็ระบุไววา คณะกรรมการปาชุมชนและชาวบานกวา 90 ราย ยืนยันวา

               พื้นที่ดังกลาว เปนปาชุมชนที่ชาวบานชวยกันดูแลรักษามานานกวา 30 ป กอนการกําหนดเขตปฏิรูปที่ดิน

               จากความรวมมือดังกลาว  ยอมเปนที่ประจักษวา  ราษฎรรูจักพื้นที่  ปาชุมชนนี้กันเปนอยางดี  ดังนั้น

               หากการทําแผนผังเมื่อป 2537 ราษฎร ไดมีโอกาสเห็นผังแปลงที่ดิน ส.ป.ก.ทั้งหมด โดยเฉพาะผังแปลงของที่ดิน
               ของนายบุญเลยฯ ซึ่งมีลักษณะที่แตกตางจากคนอื่นๆ จะตองมีการคัดคานอยางแนนอน

                        จากการตรวจสอบขอเท็จจริงของคณะอนุกรรมการสิทธิในการจัดการที่ดินและปา ชุดที่ 2 จะเห็นวา

               สํานักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดหนองบัวลําภู ออกหนังสืออนุญาตใหเขาทําประโยชนในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4 - 01)

               ใหกับนายไพฑูรย วงศคําจันทร ไมถูกตอง ทําใหมีการละเมิดสิทธิชุมชน เนื่องจากทําใหชาวบานไมสามารถ
               เขาไปใชประโยชนในพื้นที่ปาชุมชนได


                        รายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ 262/2552 เรื่อง สิทธิในที่ดิน กรณี ขอให

               หนวยงานทางราชการจัดสรรที่ดินทํากินใหราษฎร
                        ผูรองและพวกเปนราษฎรในพื้นที่ตําบลบางสวรรค อําเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎรธานี ซึ่งประสบ

               ปญหาเรื่องที่ดินทํากิน จึงรวมตัวกันจัดตั้ง “กลุมสันติพอเพียงบางสวรรค” โดยมีวัตถุประสงคเพื่อเรียกรอง

               ใหรัฐนําที่ดินเอกชนบุกรุกมาจัดสรรใหกับราษฎรที่ยากจน ทั้งนี้จากการตรวจสอบเบื้องตนพบวา ในพื้นที่อําเภอ

               พระแสงมี บริษัทสวนสุราษฎร จํากัด และบริษัทสหอุตสาหกรรมนํ้ามันปาลม จํากัด (มหาชน) ไดบุกรุกที่ดินของรัฐ
               ซึ่งอยูในพื้นที่รับผิดชอบของกรมปาไมและ ส.ป.ก. จึงเปนเหตุใหชาวบานเขาไปชุมนุมในที่ดินแปลงดังกลาว

               เพื่อเรียกรองใหรัฐดําเนินการตรวจสอบที่ดินของบริษัท และนํามาจัดสรรใหราษฎรที่ประสบปญหาเรื่องที่ดิน

               ทํากินตอไป

                        จากการตรวจสอบของคณะอนุกรรมการสิทธิในการจัดการที่ดินและปา ชุดที่ 3 พบวา บริษัท
               สหอุตสาหกรรมนํ้ามันปาลม จํากัด (มหาชน) และบริษัทสวนสุราษฎร จํากัด ไดทําการครอบครองและทําประโยชน

               ในที่ดินซึ่งอยูในเขตปาไมถาวรหมายเลข 92 แปลงที่ 29 รวมเนื้อที่ทั้งสิ้นประมาณ 1,289 - 3 - 23 ไร และในที่ดิน

               ซึ่งอยูในเขตที่ไดมีพระราชกฤษฎีกากําหนดใหเปนเขตปฏิรูปที่ดิน เมื่อป พ.ศ. 2537 รวมเนื้อที่ทั้งสิ้นประมาณ

               805 - 0 - 82 ไร ซึ่งพื้นที่ดังกลาวสํานักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดสุราษฎรธานีมีอํานาจหนาที่ดําเนินการจัดที่ดิน
               ใหแกเกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกร ตามมาตรา 30 แหงพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม




                                                                       รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง “เพื่อปรับปรุงแกไข  427
                                                                นโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนดานที่ดินและปาไม”
   443   444   445   446   447   448   449   450   451   452   453