Page 445 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง เพื่อปรับปรุงแก้ไขนโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนด้านที่ดินและป่า
P. 445

สํานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ
                National Human Rights Commission of Thailand


                ที่หลวง (นสล.) เลขที่ นศ. 0118 เนื้อที่ 1,911 ไรเศษ รวมพื้นที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ (มวล.) ขอใช 13,346 ไร
                ประชาชนคัดคานวา มีการขยายขอบเขตที่สาธารณะเกินความเปนจริง และไมเปนธรรมตอราษฎรที่ถือครอง

                มายาวนาน มีการตอสูขัดแยงอยางมากในชวงแรกเปนเวลาหลายป จนตอมามีการอนุมัติใหมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ

                (มวล.) ดําเนินการจัดสรรที่ดินรวมกับ ส.ป.ก. โดยประกาศเขตปฏิรูปที่ดินในพื้นที่บางสวนของแปลงทุงคลองปุด

                ทุงหาดทรายขาว ทุงบอนิง จํานวน 3,653 ไร ซึ่งทับซอนที่ทํากินเดิมของผูรองกลุมที่ 1  และจัดที่ดินใหแกผูยินยอม
                อพยพครอบครัวละ 5 ไร ทําใหชาวบานจํานวนมากไมยินยอมเพราะที่ดินเดิมมีมากกวา 5 ไร และบางรายมีใบแจง

                การครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) แตในที่สุดชาวบานทั้งสองพื้นที่จํายอมรับที่ดินครอบครัวละ 5 ไร ไปจํานวนมาก

                โดยในบริเวณที่กอสราง มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ (มวล.) ยังมีผูไมยินยอมอพยพ 32 ราย และมหาวิทยาลัย

                วลัยลักษณ (มวล.) กําลังดําเนินคดีอยูในศาล สวนผูรองกลุมที่ 1 จํานวน 11 รายที่อยูในเขตปฏิรูปที่ดินก็ยังไมยินยอม
                เชนกัน

                         จากการตรวจสอบของคณะอนุกรรมการสิทธิในการจัดการที่ดินและปา ชุดที่ 3 พบวา พื้นที่พิพาท

                เปนพื้นที่สาธารณประโยชนทุงคลองปุด ทุงหาดทรายขาว ทุงบอนิง ซึ่งตามทะเบียน มีเนื้อที่ 7,773 ไร  เมื่อมีการ

                ออกหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวง (นสล.) กลายเปนมีเนื้อที่ 11,335 ไร และที่สาธารณประโยชนทุงบานไผ
                ซึ่งมีเนื้อที่ตามทะเบียน 1,681 ไร เมื่อมีการออกหนังสือสําคัญสําหรับที่หลวง (นสล.) กลายเปนมีเนื้อที่ 1,911 ไร

                ตอมา มีการประกาศเขตปฏิรูปที่ดินในพื้นที่สาธารณประโยชนดังกลาว ทําใหอํานาจในการจัดและดูแลที่ดิน

                ในเขตปฏิรูปที่ดินเปนอํานาจของคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินระดับจังหวัด (คปจ.) ในการพิจารณาคัดเลือกบุคคล

                การพัฒนาปรับปรุงพื้นที่ใหเหมาะสม และการจัดผังลงแปลง แตคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินระดับจังหวัด (คปจ.)
                มิไดดําเนินการตามระเบียบคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม วาดวยหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไข

                ในการคัดเลือกเกษตรกร พ.ศ. 2535 ที่ประกาศเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2535 ซึ่งเกษตรกรจะมีสิทธิไดรับที่ดิน

                จากการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม แตก็มอบใหมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ (มวล.) ดําเนินการโดยมิไดมีกระบวนการ

                ดําเนินการตามหลักเกณฑของสํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) และ ส.ป.ก. ก็ไดเห็นชอบกับ
                มวล.จนทําใหเกิดปญหาสับสนและทับซอนในพื้นที่ เชน

                         1. ผูที่มีใบแจงการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ (มวล.) และ ส.ป.ก.

                ไมไดมีการตรวจสอบใหชัดเจนวาผูที่มีใบแจงการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) มีสิทธิในการครอบครองดีกวา

                         2. คนที่ครอบครองอยูเดิม ไมไดรับการพิจารณาตามเกณฑสํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
                (ส.ป.ก.)  ซึ่งแมจะอยูในที่ดินของรัฐสํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ก็จะพิจารณาจาก

                การครอบครองทําประโยชนในที่ดินอยูเดิมกอน หากมีคุณสมบัติตามเกณฑ ส.ป.ก. จะไดรับการจัดสรร

                ไมเกินครอบครัวละ 50 ไร แตในกรณีนี้กลับไดรับการจัดสรรครอบครัวละ 5 ไร เทากับผูที่ถูกอพยพจากที่ตั้ง มวล.







         424     รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง “เพื่อปรับปรุงแกไข
                 นโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนดานที่ดินและปาไม”
   440   441   442   443   444   445   446   447   448   449   450