Page 442 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง เพื่อปรับปรุงแก้ไขนโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนด้านที่ดินและป่า
P. 442

สํานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ
                                                                                               National Human Rights Commission of Thailand


                            สวนอํานาจในการจัดที่ดินของ ส.ป.ก เปนไปตามบทนิยามคําวา การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
               ซึ่งหมายถึงการปรับปรุงสิทธิและการถือครองที่ดินเพื่อเกษตรกรรม การจัดที่อยูอาศัยในที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

               โดยรัฐนําที่ดินของรัฐหรือที่ดินที่รัฐจัดซื้อหรือเวนคืนมาดําเนินการจัดใหแกเกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกร

               เชาซื้อ เชา หรือเขาทําประโยชน โดยรัฐใหความชวยเหลือในการพัฒนาอาชีพเกษตรกรรม การปรับปรุงทรัพยากร

               และปจจัยการผลิต ตลอดจนการผลิตและการจําหนายใหเกิดผลดียิ่งขึ้น กรณีนี้ ส.ป.ก จึงมีอํานาจนําที่ดิน
               ดังกลาวมาจัดใหแกเกษตรกรได ซึ่งรวมถึงการเขาไปพัฒนาที่ดินซึ่งเปนการดําเนินการอื่น ๆ ตามกระบวนการ

               ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมดวย


                            6.15 เรื่องเสร็จที่ 128/2548 เรื่อง ปญหาการจัดที่ดินของนิคมสหกรณลํ้าเขาไปในแนวเขต
               ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

                            คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 7) ไดพิจารณาในประเด็นเกี่ยวกับการจัดที่ดินของนิคมสหกรณ

               ลํ้าเขาไปในแนวเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ตามมาตรา 36 ทวิ พระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

               พ.ศ. 2518 ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2532
               มีความเห็นวา เมื่อคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมมีมติให ส.ป.ก. นําเอาที่ดินที่คณะกรรมการ

               จัดที่ดินแหงชาติมอบใหมาดําเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม การไดรับที่ดินดังกลาวมายังไมอาจถือไดวา

               ส.ป.ก. เปนผูถือกรรมสิทธิ์ตามมาตรา 36 ทวิ แหงพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพี่อเกษตรกรรมฯ  เพราะ ส.ป.ก.

               ยังไมไดเขาไปดําเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมในที่ดิน นอกจากนี้ มติของคณะกรรมการปฏิรูปที่ดิน
               เพื่อเกษตรกรรมอยูบนพื้นฐานขอมูลวาที่ดินดังกลาวมิไดมีหนวยงานใดของรัฐ เขาไปดําเนินการและมีความ

               เหมาะสมที่จะนํามาปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมได ตอมา เมื่อมีการสํารวจที่ดินจึงพบวา กรมสงเสริมสหกรณ

               ไดเขาไปดําเนินการจัดที่ดินในบางสวนใหแกประชาชนแลว จึงเปนเรื่องที่ ส.ป.ก. ยังมิไดเขาไปดําเนินการปฏิรูปที่ดิน

               และไมอาจดําเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมไดเพราะมีหนวยงานอื่นของรัฐดําเนินการในพื้นที่อยูกอน
               เมื่อ ส.ป.ก. รายงานขอเท็จจริงที่ถูกตองใหคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมทราบ ก็อาจมีมติแกไขมติเดิม

               ใหเหมาะสมและสอดคลองกับความเปนจริงและสงพื้นที่ดังกลาวคืนใหแกคณะกรรมการจัดที่ดินแหงชาติ

               เพื่อใหมีมติสงมอบพื้นที่ใหแกกรมสงเสริมสหกรณตอไปได

                            6.16 เรื่องเสร็จที่ 307/2549 บันทึกเรื่อง สถานะของปาสงวนแหงชาติในบริเวณที่มีการกําหนด

               เขตปฏิรูปที่ดิน

                            คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 7) ไดพิจารณาขอหารือของกรมที่ดินเกี่ยวกับพื้นที่ปาไมถาวร

               และปาสงวนแหงชาติซึ่งไดมีพระราชกฤษฎีกากําหนดใหเปนเขตปฏิรูปที่ดิน โดยคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นวา
               พระราชกฤษฎีกากําหนดเขตปฏิรูปจะมีผลเปนการเพิกถอนปาสงวนแหงชาติตามมาตรา 26 (4) แหงพระราชบัญญัติ

               การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม



                                                                       รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง “เพื่อปรับปรุงแกไข  421
                                                                นโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนดานที่ดินและปาไม”
   437   438   439   440   441   442   443   444   445   446   447