Page 449 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง เพื่อปรับปรุงแก้ไขนโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนด้านที่ดินและป่า
P. 449
สํานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ
National Human Rights Commission of Thailand
พ.ศ. 2518 (แกไขเพิ่มเติม) แตเมื่อปรากฏวาบริษัททั้งสอง มิไดเปนเกษตรกรหรือสถาบันเกษตรกรรตามความหมาย
ของพระราชบัญญัติดังกลาว และไมปรากฏวาสํานักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดสุราษฎรธานีอนุญาตใหเขาทําประโยชน
ในเขตปฏิรูปที่ดิน ดังนั้น บริษัททั้งสองจึงครอบครองที่ดินเขตปาไมถาวรและเขตปฏิรูปที่ดินโดยไมชอบ
ดวยกฎหมาย ทั้งนี้ในกรณีแปลงที่ดินของบริษัททั้งสอง ซึ่งมีหนังสือรังรองการทําประโยชน (น.ส. 3 ก.)
ออกโดยการเดินสํารวจออกหนังสือรับรองการทําประโยชนโดยใชระวางรูปถายทางอากาศเมื่อปงบประมาณ
พ.ศ. 2519 และ 2522 และทับซอนเขาไปในเขตปาไมถาวรและเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมนั้น ปจจุบัน
อยูระหวางการตรวจสอบขอเท็จจริงจากหนวยงานที่เกี่ยวของวาออกโดยชอบดวยกฎหมายหรือไมอยางไร
และยังไมไดขอยุติ
คณะอนุกรรมการสิทธิในการจัดการที่ดินและปา ชุดที่ 3 จึงมีความเห็นวา ผลจากการตรวจสอบ
ของหนวยงานที่เกี่ยวของเชื่อไดวา บริษัททั้งสองยึดถือ ครอบครอง และทําประโยชนที่ดินของรัฐซึ่งอยูเขตปาไม
ถาวรและเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโดยไมชอบดวยกฎหมาย แตกรมปาไมและสํานักงานปฏิรูปที่ดิน
จังหวัดสุราษฎรธานี ซึ่งมีอํานาจหนาที่ในการดูแลพื้นที่ในสวนของปาไมถาวรและที่กินเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
ตามลําดับกลับมิไดดําเนินการตามอํานาจหนาที่ โดยกรมปาไมละเลยใหบริษัททั้งสองยึดถือครอบครอง
พื้นที่ปาไมถาวรมาอยางตอเนื่อง ในขณะที่สํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมดําเนินการนําที่ดินที่อยูในเขต
ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมมาดําเนินการจัดสรรใหแกเกษตรกรตามพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดิน
เพื่อเกษตรกรรมลาชามาก จึงทําใหเกิดความไมเปนธรรมแกผูรองและพวกซึ่งสวนใหญเปนเกษตรกรคนยากจน
และไดลงทะเบียนคนยากจนกับทางจังหวัดตามนโยบายแกไจปญหาความยากจนของรัฐบาล
รายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน 378/2551 เรื่อง สิทธิในทรัพยสิน กรณีโครงการ
ฟนฟูพื้นที่ภาคใตที่ประสบวาตภัยจากไตฝุนเกยปลูกปาทับที่ดินทํากิน
ผูรอง รองเรียนวา บิดาของนายสุชาติ จันทรชวง นายวิชัย จันทรชวง และนายเล็ก แสงผอง
ไดเขาไปจับจองและใชประโยชนในที่ดินพื้นที่ หมูที่ 4 ตําบลสองพี่นอง อําเภอทาแซะ จังหวัดชุมพร กวา 30 ป
และเมื่อ พ.ศ. 2531 สํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ไดกําหนดใหพื้นที่ดังกลาวอยูในเขต
ระวางของสํานักงานการปฏิรูปที่ดิน บิดาของทั้ง 3 คน ไดนําเจาหนาที่สํานักงานการปฏิรูปที่ดินรังวัดทําระวางไว
เพื่อขอออกหนังสืออนุญาตใหเขาทําประโยชนในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4 - 01) ซึ่งเจาหนาที่สํานักงาน
การปฏิรูปที่ดินไดออกหนังสืออนุญาตใหเขาทําประโยชนในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4 - 01) ใหบางสวน
ยังเหลือพื้นที่ที่ยังไมไดออกให ประมาณ 20 กวาไร
ตอมาใน พ.ศ. 2535 ทางราชการไดจัดใหมีโครงการปลูกปาฟนฟูวาตภัยไตฝุนเกยขึ้น ซึ่งพื้นที่ปลูกปา
ไดทับซอนกับที่ดินทํากินของชาวบาน ทําใหเกิดปญหาการทับซอนกับพื้นที่ทํากินของบุคคลทั้งสาม สวนที่ยังไมมี
หนังสืออนุญาตใหเขาทําประโยชนในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4 - 01) หลังจากนั้นใน พ.ศ. 2547 กลุมราษฎร
428 รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง “เพื่อปรับปรุงแกไข
นโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนดานที่ดินและปาไม”

