Page 446 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง เพื่อปรับปรุงแก้ไขนโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนด้านที่ดินและป่า
P. 446
สํานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ
National Human Rights Commission of Thailand
3. ผูเดือดรอนทุกกลุมที่เปนครอบครัวขยาย ไมไดรับการจัดสรรที่ดิน ทั้งที่มีหลักเกณฑ ส.ป.ก. วา
ครอบครัวที่มีบุคคลที่บรรลุนิติภาวะจะตองไดรับการจัดสรรที่ดินเพิ่มอีก 1 แปลง
ดังนั้น เมื่อ มวล.สงมอบผังการจัดแปลงดังกลาวใหกับคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินระดับจังหวัด (คปจ.)
โดยคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินระดับจังหวัด (คปจ.) ไมไดพิจารณารายละเอียดตามเกณฑ
ส.ป.ก. และกลับดําเนินการตามที่ มวล. เสนอ จึงสงผลใหเกิดปญหาดังกลาวขึ้น
การที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ (มวล.) และกลาวอางวา ที่ดิน นสล. ทั้ง 3 แปลงที่ยกใหมหาวิทยาลัย
วลัยลักษณ (มวล.) และมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ (มวล.) มีสิทธิในที่ดินทั้ง 3 แปลงนั้น แตเมื่อมีการมอบพื้นที่
3,653 ไร ให ส.ป.ก. จัดสรรใหชาวบานที่ไดรับผลกระทบ และมีพระราชกฤษฎีกาประกาศเขตปฏิรูปที่ดินในพื้นที่
ดังกลาว พื้นที่นั้นจึงตกเปนของสํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ตามกฎหมายปฏิรูปที่ดิน ดังนั้น
มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ (มวล.) และจะอางสิทธิเหนือที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินไมได
คณะอนุกรรมการสิทธิในการจัดการที่ดินและปา ชุดที่ 3 จึงมีความเห็นวา การจัดที่ดินใหกับราษฎร
ผูไดรับผลกระทบจากการตั้งมหาวิทยาลัยวลัยลักษณในเขตปฏิรูปที่ดิน มีการละเมิดสิทธิบุคคลและชุมชน
และมีการกระทําที่ไมเปนธรรม
รายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ 479/2552 เรื่อง สิทธิชุมชน กรณีสํานักงาน
ปฏิรูปที่ดินจังหวัดหนองบัวลําภู ออกหนังสืออนุญาตใหเขาทําประโยชนในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4 - 01)
ทับที่ปาชุมชนเขาเหลาใหญผาจันได ต.ดงมะไฟ อ.สุวรรณคูหา จ.หนองบัวลําภู
ผูรองเปนประธานกรรมการปาชุมชนและราษฎรอาสาสมัครพิทักษปา (รสทป.) รุนที่ 6/48
คณะกรรมการปาชุมชนเขาเหลาใหญผาจันได บานผาซอนและบานโชคชัย ตําบลดงมะไฟ อําเภอสุวรรณคูหา
จังหวัดหนองบัวลําภู ไดรองเรียนวา สํานักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดหนองบัวลําภูไดออกหนังสืออนุญาต
ใหเขาทําประโยชน (ส.ป.ก. 4 - 01) แปลงที่13 ใหกับนายไพฑูรย วงศคําจันทร ทับที่ปาชุมชนบางสวน ซึ่งพื้นที่
ที่เปนปาชุมชนที่พิพาทดังกลาว เปนพื้นที่ที่เคยเปนหัวไรปลายนาของที่ดินของชาวบานจํานวน 4 ราย ผูไดรับ
หนังสืออนุญาตใหเขาทําประโยชน (ส.ป.ก. 4 - 01) แปลงที่ 4 5 6 และ 7 ซึ่งเดิมกอนออกหนังสืออนุญาต
ใหเขาทําประโยชน (ส.ป.ก. 4 - 01) ลักษณะของที่ดินทั้ง 4 แปลง รวมทั้งแปลงที่ 13 มีพื้นที่จดเขตแดนปาอนุรักษ
โดยปญหาเกิดขึ้นเมื่อป พ.ศ.2537 เมื่อเจาหนาที่ปฏิรูปที่ดินไดดําเนินการรังวัดเพื่อออกหนังสืออนุญาต
ใหเขาทําประโยชน (ส.ป.ก. 4 - 01) ใหกับชาวบาน โดยเจาของที่ดินแปลงที่ 4 5 6 และ7 ไมสามารถออกหนังสือ
อนุญาตใหเขาทําประโยชน (ส.ป.ก. 4 - 01) ไดถึงเขตปาอนุรักษเพราะเจาหนาที่สํานักงานปฏิรูปที่ดิน อางวา
เปนปาไมหนาแนนไมสามารถหนังสืออนุญาตใหเขาทําประโยชน (ส.ป.ก. 4 - 01) ได ซึ่งเจาของที่ดินทั้ง 3 ราย
ก็ยอมรับตามความเห็นนั้น ตอมา ป 2542 ชาวบานไดประชุมจัดตั้งปาชุมชน โดยขอความยินยอมจากเจาของที่ดิน
ที่ติดกับผาฮวก ผาจันได ผานํ้ารอด และปาชุมชน รวมทั้งเจาของที่ดินทั้ง 3 แปลง ที่เปนที่พิพาทดวย ในป 2545
รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง “เพื่อปรับปรุงแกไข 425
นโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนดานที่ดินและปาไม”

