Page 440 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง เพื่อปรับปรุงแก้ไขนโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนด้านที่ดินและป่า
P. 440

สํานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ
                                                                                               National Human Rights Commission of Thailand


               หามมิใหเดินสํารวจรังวัดเพื่อออกโฉนดที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม แตการที่พนักงานเจาหนาที่
               จะออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินใหแกราษฎรที่ครอบครองและทําประโยชนอยูกอนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดิน

               ใชบังคับไดนั้น จะตองปรากฏวาราษฎรรายนั้นไดแจงการครอบครองตามมาตรา 5 แหงพระราชบัญญัติใหใช

               ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 หรือไดแจงความประสงคจะไดสิทธิในที่ดินตามมาตรา 27 ตรี แหงประมวล

               กฎหมายที่ดินไวกอนมีการกําหนดเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ซึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 7)
               มีความเห็นสอดคลองกับความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการรางกฎหมาย) ทั้งสองดังกลาว

               และถูกตองกับหลักกฎหมายแลว

                            อนึ่ง คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 7) มีความเห็นพองกับความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา

               (กรรมการรางกฎหมาย คณะที่ 2) ที่ไดเคยมีความเห็นเพิ่มเติมวา เพื่อใหการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
               เปนไปอยางมีประสิทธิภาพและมีขอบเขตการดําเนินการที่ชัดเจน  หาก ส.ป.ก. ไมประสงคที่จะนําที่สาธารณสมบัติ

               ของแผนดินที่ถูกถอนสภาพการเปนสาธารณสมบัติของแผนดินสําหรับพลเมืองใชรวมกันไปดําเนินการปฏิรูปที่ดิน

               แลว ก็สมควรที่จะไดมีการประสานงานระหวางหนวยราชการที่เกี่ยวของเพื่อตราพระราชกฤษฎีกากันพื้นที่ที่ ส.ป.ก.

               ไมประสงคจะนํามาปฏิรูปที่ดินออกจากเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมและใหหนวยราชการที่มีหนาที่รับผิดชอบ
               โดยตรงสามารถเขาไปดําเนินการไดประกอบกับขอเท็จจริงของขอหารือของกระทรวงเกษตรและสหกรณในเรื่องนี้

               กระทรวงเกษตรและสหกรณไดมีคําสั่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ ที่ 223/2544 เรื่อง แตงตั้งคณะกรรมการ

               เพื่อพิจารณากันเขตที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินที่ ส.ป.ก. ไมประสงคจะดําเนินการออกจากเขตปฏิรูปที่ดิน ลงวันที่

               31 พฤษภาคม พ.ศ. 2544 ซึ่งประกอบดวยเจาหนาที่จากกระทรวงมหาดไทย (กรมที่ดิน) และกระทรวงเกษตร
               และสหกรณ (สํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม) เพื่อพิจารณากันที่ดินที่ส.ป.ก. ไมประสงคจะดําเนินการ

               ออกจากเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม เมื่อกระทรวงเกษตรและสหกรณไดมีการดําเนินการตั้งคณะกรรมการฯ

               พิจารณากันเขตที่ดินที่ ส.ป.ก. ไมประสงคเขาดําเนินการแลว ส.ป.ก. ก็ควรดําเนินการตราพระราชกฤษฎีกา

               กันพื้นที่ที่ ส.ป.ก. ไมมีแผนและไมประสงคจะนํามาปฏิรูปที่ดินออกจากเขตปฏิรูปที่ดินฯ และใหหนวยราชการ
               ที่มีอํานาจหนาที่เกี่ยวของเขาดําเนินการตอไป


                            6.13 เรื่องเสร็จที่ 425/2546  บันทึก เรื่อง การปรับปรุงเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

                            คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 7) ไดพิจารณาในประเด็นเกี่ยวกับการปรับปรุงเขตปฏิรูปที่ดิน
               เพื่อเกษตรกรรม ตามมาตรา 25 มาตรา 36 พระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518

               ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2532 มีความเห็นวา

               การกันเขตที่ดินที่ ส.ป.ก. (ส.ป.ก) ไมไดใชเปนเขตดําเนินการปฏิรูปที่ดินออกจากเขตปฏิรูปที่ดิน ยอมกระทํา

               ไดโดยการตรากฎหมายที่มีลําดับชั้นสูงกวา หรือการตราพระราชกฤษฎีกาโดยอาศัยอํานาจตามมาตรา 25
               แหงพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดย (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2532




                                                                       รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง “เพื่อปรับปรุงแกไข  419
                                                                นโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนดานที่ดินและปาไม”
   435   436   437   438   439   440   441   442   443   444   445