Page 438 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง เพื่อปรับปรุงแก้ไขนโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนด้านที่ดินและป่า
P. 438

สํานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ
                                                                                               National Human Rights Commission of Thailand


                            กรณีที่หนึ่ง  ที่ราชพัสดุที่อยูในเขตปฏิรูปที่ดิน  ถากระทรวงการคลังมิไดใหความยินยอม
               ตามมาตรา 26 (2) แหงพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 ที่ดินนั้นก็ยังคงเปน

               ที่ราชพัสดุอยูเชนเดิม มิไดถูกถอนสภาพแตอยางใด

                            กรณีที่สอง ที่ดินอันเปนสาธารณสมบัติของแผนดินสําหรับใชเพื่อประโยชนของแผนดินโดยเฉพาะ

               หรือที่ดินที่ไดสงวนหวงหามไวตามความตองการของทางราชการ ถากระทรวงการคลังใหความยินยอมแลว
               จะมีผลเปนการถอนสภาพการเปนสาธารณสมบัติของแผนดิน ส.ป.ก. มีอํานาจนําที่ดินนั้นมาใชในการปฏิรูปที่ดิน

               เพื่อเกษตรกรรมได แมตอมา ส.ป.ก. ไมประสงคจะนําที่ดินนั้นมาดําเนินการปฏิรูปที่ดินก็ไมมีผลทําใหที่ดิน

               ดังกลาวที่พนจากสภาพการเปนสาธารณสมบัติของแผนดินกลับเปนสาธารณสมบัติของแผนดินใชเพื่อประโยชน

               ของแผนดินโดยเฉพาะ (ที่ราชพัสดุ) อีก

                            6.10 เรื่องเสร็จที่ 106/2540 บันทึกเรื่อง หารือปญหาขอกฎหมายเกี่ยวกับการนําที่ดินที่มี

               พระราชกฤษฎีกาหวงหามที่ดินเพื่อประโยชนในราชการกรมปาไมมาดําเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

                            คณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการรางกฎหมาย คณะที่ 7) มีความเห็น ดังนี้
                            ประเด็นที่หนึ่ง ที่ดินที่ไดหวงหามไวเพื่อประโยชนของทางราชการโดยอาศัยอํานาจตาม

               พระราชบัญญัติการหวงหามที่ดินรกรางวางเปลาอันเปนสาธารณสมบัติของแผนดิน พุทธศักราช 2478 แมวา

               กฎหมายดังกลาวจะถูกยกเลิกไปตามมาตรา 4 (6) แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497

               แตก็ยังคงเปนที่หวงหามตอไปตามมาตรา 10 แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดินฯ การจะนําที่ดิน
               ที่มีการหวงหามไปใชในกิจการอื่นนอกเหนือจากวัตถุประสงคเดิมของการหวงหามโดยหลักเกณฑทั่วไปจะตอง

               มีการถอนการหวงหามเสียกอน ซึ่งมาตรา 9 แหงพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2518 กําหนดวิธีการถอน

               การหวงหามไววาใหตราเปนพระราชกฤษฎีกา และใหมีแผนที่แสดงเขตที่ดินแนบทายพระราชกฤษฎีกานั้นดวย

               แตเพื่อใหสามารถดําเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมไดดวยความสะดวกรวดเร็ว ในมาตรา 26 (2)
               แหงพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 จึงกําหนดวา เมื่อกระทรวงการคลังใหความ

               ยินยอมแลว ใหพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตปฏิรูปที่ดินมีผลเปนการถอนสภาพการเปนสาธารณสมบัติของแผนดิน

               ดังกลาว โดยไมตองถอนสภาพตามกฎหมายวาดวยที่ราชพัสดุ ดังนั้น ที่ดินที่ไดหวงหามไวเพื่อประโยชนแหงราชการ

               กรมปาไมตามพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตหวงหามที่ดินในทองที่ตําบลหวยโปง และตําบลสํานักกะทอน
               อําเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง พ.ศ. 2492 เมื่อจะนํามาปฏิรูปที่ดินจึงตองไดรับความยินยอมจากกระทรวง

               การคลังตามมาตรา 26 (2) แหงพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 เสียกอน












                                                                       รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง “เพื่อปรับปรุงแกไข  417
                                                                นโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนดานที่ดินและปาไม”
   433   434   435   436   437   438   439   440   441   442   443