Page 437 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง เพื่อปรับปรุงแก้ไขนโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนด้านที่ดินและป่า
P. 437
สํานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ
National Human Rights Commission of Thailand
6.8 เรื่องเสร็จที่ 150/2539 บันทึกเรื่อง การขอใชที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเฉพาะสวนที่สํานักงาน
การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ไมประสงคจะดําเนินการปฏิรูป
คณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการรางกฎหมาย คณะที่ 2) เห็นวา เมื่อกระทรวงมหาดไทยไดรับ
หนังสือยืนยันจาก ส.ป.ก. วา ไมประสงคจะใชที่ดินที่ถูกถอนสภาพเพื่อการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตลอดไป
กระทรวงมหาดไทยยอมมีอํานาจใหทบวงการเมืองเขาใชประโยชนในราชการหรือดําเนินการขึ้นทะเบียน
ใหทบวงการเมืองใชประโยชนได พระราชกฤษฎีกากําหนดเขตปฏิรูปที่ดินเปนกฎหมายที่ใหอํานาจ ส.ป.ก.
เขาดําเนินการปฏิรูปแตไมมีผลเปนการลบลางอํานาจอํานาจที่กระทรวง ทบวง กรม เคยมีอยูตามกฎหมายอื่น
สําหรับที่เขาและที่ภูเขา ที่อยูในเขตปฏิรูปถาพนักงานเจาหนาที่ผูมีอํานาจตามกฎหมายไดรับหนังสือยืนยัน
จาก ส.ป.ก. วาไมประสงคจะนํามาปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และไมขัดของที่พนักงานเจาหนาที่จะใชอํานาจ
ตามกฎหมาย พนักงานเจาหนาที่ตามประมวลกฎหมายที่ดินยอมมีอํานาจอนุญาตใหระเบิดและยอยหินที่เขา
ที่ภูเขาได (เวียนตามหนังสือกระทรวงมหาดไทย ที่ มท 0618/ว 1334 ลงวันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2539)
6.9 เรื่องเสร็จที่ 287/2539 บันทึกเรื่อง อํานาจในการจัดการชุมชนในเขตปฏิรูปที่ดิน
และการใชประโยชนที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินสวนที่สํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ไมประสงค
จะดําเนินการปฏิรูปที่ดิน
คณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการรางกฎหมาย คณะที่ 7) ไดใหความเห็นเกี่ยวกับอํานาจ
จัดการชุมชนชนบทและชุมชนเมืองที่ตั้งอยูในเขตปฏิรูปที่ดินโดยอาศัยอํานาจตามพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดิน
เพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 ของสํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมวา การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
เปนการดําเนินการเพื่อชวยใหเกษตรกรมีที่ดินทํากิน และใหการใชที่ดินเกิดประโยชนมากที่สุด พรอมกับ
การจัดระบบการผลิตและการจําหนายผลิตผลเกษตรกรรมเพื่อใหความเปนธรรมแกเกษตรกร ดังนั้นการจัด
ที่อยูอาศัยตามที่บัญญัติไวในมาตรา 4 จึงหมายถึงการจัดที่อยูอาศัยในที่ดินที่มีการประกอบเกษตรกรรม หรือกิจการ
อื่นที่เปนการสนับสนุนหรือเกี่ยวเนื่องกับการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามมาตรา 30 วรรคหา แหงพระราชบัญญัติ
การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
(ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2532 สวนการตั้งบานเรือนในลักษณะที่เปนชุมชนอยูนอกเหนือวัตถุประสงคของการปฏิรูปที่ดิน
เพื่อเกษตรกรรม และมีกฎหมายบัญญัติใหเปนอํานาจหนาที่ของสวนราชการอื่นอยูแลว ดังนั้น ส.ป.ก. จึงไมมี
อํานาจเขาไปจัดการหรือดําเนินการในที่ดินบริเวณดังกลาว แมวาจะอยูภายในเขตปฏิรูปที่ดินก็ตาม
สําหรับที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินซึ่งไมเหมาะสมตอการประกอบเกษตรกรรม และ ส.ป.ก. ไมประสงค
จะนําที่ดินดังกลาวมาดําเนินการปฏิรูปที่ดิน ถาที่ดินนั้นอยูในหลักเกณฑตามมาตรา 4 แหงพระราชบัญญัติ
ที่ราชพัสดุ พ.ศ. 2518 แลว จะเปนที่ราชพัสดุหรือไม สามารถแยกพิจารณาออกไดเปนสองกรณี คือ
416 รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง “เพื่อปรับปรุงแกไข
นโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนดานที่ดินและปาไม”

