Page 434 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง เพื่อปรับปรุงแก้ไขนโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนด้านที่ดินและป่า
P. 434

สํานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ
                                                                                               National Human Rights Commission of Thailand


               ทั้งตามความหมายธรรมดา หรือตามคํานิยาม “เกษตรกรรม” ตามมาตรา 4 แหงพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดิน
               เพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 อันเปนเรื่องที่บุคคลนั้น ๆ ไดรับอนุญาตใหเขาทําประโยชนในที่ดินของรัฐดวย

                            สําหรับผูไดรับอนุญาตตามมาตรา 9 หรือมาตรา 12 แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ใหเขาทําประโยชน

               ในที่ดินที่คณะรัฐมนตรีมีมติกําหนดใหเปนที่ดินของรัฐนั้นเห็นวา ที่ดินของรัฐหมายถึงที่ดินซึ่งไมไดตกเปนกรรมสิทธิ์

               ของบุคคลหนึ่งบุคคลใดตามที่มาตรา 2 แหงประมวลกฎหมายที่ดินกําหนดไว และหากที่ดินนั้นยังมีสภาพเปนปา
               ตามมาตรา 4 (1) แหงพระราชบัญญัติปาไม พุทธศักราช 2484 ที่ดินดังกลาวยังอยูภายใตความคุมครอง

               ของกฎหมายวาดวยปาไม ผูซึ่งไดรับอนุญาตใหเขาทําประโยชนในที่ดินของรัฐไมวาจะเปนเพื่อการทําเหมืองแร

               หรือขุดเก็บกรวด ทราย ลูกรังหรือดิน หรือประโยชนอื่นใดซึ่งมิใชการเกษตรกรรม จะตองขออนุญาตแผวถางปา

               ตามมาตรา 54 นอกเหนือจากการขออนุญาตตามกฎหมายเฉพาะวาดวยการนั้น ๆ และหากที่ดินดังกลาว
               มีไมหวงหามหรือของปาหวงหามขึ้นอยู การตัดฟนไมหวงหามหรือเก็บหาของปาหวงหามก็ตองไดรับอนุญาต

               จากพนักงานเจาหนาที่ตามมาตรา 11 และมาตรา 29 เสียกอน


                            6.5  เรื่องเสร็จที่ 207/2537 บันทึกเรื่อง อํานาจในการดูแลรักษาที่สาธารณสมบัติของแผนดิน
               สําหรับพลเมืองใชรวมกันและการออกเอกสารสิทธิในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน

                            คณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นวา ที่สาธารณสมบัติของแผนดินสําหรับพลเมืองใชรวมกัน หากพลเมือง

               เลิกใชหรือเปลี่ยนสภาพจากการเปนที่ดินสําหรับพลเมืองใชรวมกันแลวที่ดินดังกลาวยอมถูกถอนสภาพจากการเปน

               สาธารณสมบัติของแผนดินโดยผลของพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตปฏิรูปที่ดินและเปนอํานาจหนาที่ของ ส.ป.ก.
               ที่จะดําเนินการตอไป แตถาพลเมืองยังใชประโยชนรวมกันอยูหรือยังไมเปลี่ยนสภาพจากการเปนที่ดินสําหรับพลเมือง

               ใชรวมกัน ที่ดินนั้นก็ยังคงเปนสาธารณสมบัติของแผนดินสําหรับพลเมืองใชรวมกันอยูตอไป หนวยงานใดเคยมีอํานาจ

               หนาที่ดูแลรักษาอยู ก็คงมีอํานาจหนาที่ดูแลรักษาตอไปแมจะอยูในเขตปฏิรูปก็ตามสวนการออกเอกสารสิทธิ

               ในเขตปฏิรูปไมวาจะเปนพื้นที่ที่ ส.ป.ก. เขาดําเนินการหรือไมก็ตามพนักงานเจาหนาที่จะออกเอกสารสิทธิ
               ใหแกราษฎรผูครอบครองและทําประโยชนในที่ดินมากอนประมวลกฎหมายที่ดินใชบังคับไมได ถาบุคคลดังกลาว

               มิไดแจงการครอบครองตามมาตรา 5 หรือมิไดแจงความประสงคจะไดสิทธิในที่ดิน ตามมาตรา 27 ตรี กอนมีการ

               กําหนดเปนเขตปฏิรูปที่ดิน (เวียนตามหนังสือกรมที่ดิน ที่ มท 0625/ว 11610 ลงวันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2537)

                            6.6  เรื่องเสร็จที่ 206/2538 บันทึก เรื่อง ผูมีสิทธิไดรับการจัดที่ดินตามพระราชบัญญัติการ

               ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518

                            คณะกรรมการกฤษฎีกา (ที่ประชุมใหญกรรมการรางกฎหมาย) ไดพิจารณาในประเด็นเกี่ยวกับ

               มาตรา 30 พระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ
               การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2532  มีความเห็นวา เกษตรกรตามพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดิน

               เพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 มี 2 ประเภท คือ



                                                                       รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง “เพื่อปรับปรุงแกไข  413
                                                                นโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนดานที่ดินและปาไม”
   429   430   431   432   433   434   435   436   437   438   439