Page 432 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง เพื่อปรับปรุงแก้ไขนโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนด้านที่ดินและป่า
P. 432
สํานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ
National Human Rights Commission of Thailand
โดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 96 ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ พ.ศ. 2515 และกําหนดมาตรา 27 ตรี แหงประมวล
กฎหมายที่ดิน ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 96 ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ พ.ศ. 2515
ขึ้นแทน เพื่อเปดโอกาสใหผูครอบครองและทําประโยชนเหลานี้แจงความประสงคจะไดสิทธิในที่ดินโดยแจง
การครอบครองภายในสามสิบวันนับแตวันปดประกาศ หรือมานํา หรือสงตัวแทนมานําพนักงานเจาหนาที่ทําการ
สํารวจรังวัดชี้เขตที่ดินของตนในเวลามีการเดินสํารวจรังวัดก็ถือวาประสงคจะไดสิทธิในที่ดินตอไป ดังนั้น
หากผูครอบครองและทําประโยชนดังกลาวไดแจงความประสงคจะไดสิทธิในที่ดินกอนมีการกําหนดเขตปฏิรูปที่ดิน
เพื่อเกษตรกรรมก็ถือวามีสิทธิขอออกโฉนดที่ดินไดตามมาตรา 58 ทวิ แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแกไขเพิ่มเติม
โดยพระราชบัญญัติแกไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2528 แตถาไมไดแจงความประสงค
จะไดสิทธิในที่ดินไวตอพนักงานเจาหนาที่และตอมาที่ดินนั้นถูกกําหนดเปนเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
ตามมาตรา 25 แหงพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 ผูนั้นก็ไมมีสิทธิมานําหรือสงตัวแทน
มานําพนักงานเจาหนาที่ทําการสํารวจรังวัด เพราะถือวาไมมีสิทธิครอบครองที่ดินนั้น ส.ป.ก. จึงมีอํานาจ
นําที่ดินนั้นมาดําเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมได โดยสรุป ภายหลังที่ไดมีการประกาศเขตปฏิรูปที่ดิน
เพื่อเกษตรกรรมแลวพนักงานเจาหนาที่ยังมีอํานาจเดินสํารวจรังวัดเพื่อออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินใหแกราษฎร
ซึ่งครอบครองและทําประโยชนในเขตดังกลาวได แตจะออกโฉนดในที่ดินใหแกราษฎรที่ครอบครองและทําประโยชน
อยูกอนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใชบังคับโดยไมไดแจงการครอบครองตามมาตรา 5 แหงพระราชบัญญัติ
ใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 ทั้งมิไดแจงความประสงคจะไดสิทธิในที่ดินตามมาตรา 27 ตรี
แหงประมวลกฎหมายที่ดินไวกอนมีการกําหนดเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมไมได
6.4 เรื่องเสร็จที่ 203/2536 บันทึกเรื่อง หารือปญหาขอกฎหมายกรณีการปฏิบัติตาม
พระราชบัญญัติปาไม พุทธศักราช 2484
คณะกรรมการกฤษฎีกา ไดพิจารณาขอหารือเกี่ยวกับปญหาขอกฎหมายกรณีการใชบังคับกฎหมาย
วาดวยปาไมในบริเวณที่ไดกําหนดเปนเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม นิคมสรางตนเอง ที่ดินที่มีมติคณะรัฐมนตรี
กําหนดใหเปนที่จัดสรรเพื่อเกษตรกรรม หรือที่ดินที่มีมติคณะรัฐมนตรีกําหนดเปนที่ดินของรัฐ ซึ่งกรมปาไมหารือวา
ผูไดรับอนุญาตใหเขาทําประโยชนในที่ดินตามมาตรา 30 แหงพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
พ.ศ. 2518 หรือไดรับอนุญาตใหเขาทําประโยชนในเขตนิคมสรางตนเองตามมาตรา 8 แหงพระราชบัญญัติจัดที่ดิน
เพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 หรือไดรับอนุญาตใหเขาทําประโยชนตามพระราชบัญญัติแร พ.ศ. 2510 หรือไดรับ
อนุญาตตามมาตรา 9 หรือมาตรา 12 แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ใหใชที่ดินในเขตที่มีมติคณะรัฐมนตรี
กําหนดใหเปนที่จัดสรรเพื่อเกษตรกรรมหรือในเขตที่มีมติคณะรัฐมนตรีกําหนดเปนที่ดินของรัฐแลว จะตองปฏิบัติ
ตามพระราชบัญญัติปาไม พุทธศักราช 2484 ดวยหรือไม อยางไร และผูบุกรุกตัดฟนทําไมหวงหาม แผวถาง
หรือเผาปา หรือกระทําดวยประการใด ๆ อันเปนการทําลายปา หรือเขายึดถือครอบครองปาในเขตปฏิรูปที่ดิน
รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง “เพื่อปรับปรุงแกไข 411
นโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนดานที่ดินและปาไม”

