Page 430 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง เพื่อปรับปรุงแก้ไขนโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนด้านที่ดินและป่า
P. 430

สํานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ
                                                                                               National Human Rights Commission of Thailand


               การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 ไมไดใหอํานาจสํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.)
               ที่จะดําเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมในเขตปาสงวนแหงชาติได

                            (2)  อํานาจของสํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ที่จะดําเนินการปฏิรูปที่ดิน

               เพื่อเกษตรกรรมมีบัญญัติไวแลวโดยตรงในพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 ฉะนั้น

               จึงใชอํานาจตามกฎหมายอื่น เชน มาตรา 16 แหงพระราชบัญญัติปาสงวนแหงชาติ พ.ศ. 2507 หรือบทกฎหมาย
               อื่นไมได และการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมมีลักษณะตอเนื่องหรือเปนการถาวรไมใชเรื่องชั่วคราวดังที่บัญญัติไว

               ในมาตรา 16 แหงพระราชบัญญัติปาสงวนแหงชาติ พ.ศ. 2507

                            โดยสรุป คณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการรางกฎหมาย คณะที่ 5) เห็นวาหากจะดําเนินการ

               โดยชอบดวยกฎหมาย ก็ตองดําเนินการออกกฎกระทรวงเพิกถอนใหเปนที่ดินอยูนอกเขตปาสงวนแหงชาติ
               ตามมาตรา 7 แหงพระราชบัญญัติปาสงวนแหงชาติ พ.ศ. 2507 เสียกอน เมื่อเพิกถอนแลว ก็ยอมดําเนินการ

               ไดตามมาตรา 26 (3) แหงพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2518 เพราะที่นั้นอยูนอกเขต

               ปาสงวนแหงชาติแลว

                            6.2  เรื่องเสร็จที่ 291/2525 บันทึกเรื่อง ขอหารือเกี่ยวกับสิทธิในที่ดินสํานักงานการปฏิรูปที่ดิน

               เพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) (ภายหลังที่ไดมีการประกาศเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมแลวพนักงานที่ดิน

               จะออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินใหแกราษฎรผูมีใบแจงการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) อยูกอนแลวในเขต

               ปฏิรูปที่ดินไดหรือไม)
                            คณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการรางกฎหมาย คณะที่ 5) เห็นวา ภายหลังที่ไดมีการประกาศ

               เขตปฏิรูปที่ดินตามพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 แลว บทบัญญัติแหงประมวลกฎหมาย

               ที่ดินในสวนที่เกี่ยวกับการออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินใหแกราษฎรผูมีใบแจงการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1)

               ซึ่งมีสิทธิครอบครองที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินดังกลาวไมขัดแยงกับบทบัญญัติมาตรา 39 แหงพระราชบัญญัติ
               การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 เพราะบทบัญญัตินั้นเปนบทบัญญัติที่หามมิใหเกษตรกรซึ่งไดรับ

               ที่ดินจาก ส.ป.ก. โอนสิทธิในที่ดินใหแกบุคคลอื่น จึงเปนบทบัญญัติที่ไมเกี่ยวกับประมวลกฎหมายที่ดินแตประการ

               ใด ฉะนั้น ภายหลังที่ไดมีการประกาศเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมแลว พนักงานที่ดินจะออกหนังสือแสดงสิทธิ

               ในที่ดินใหกับผูมีใบแจงการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) ในเขตปฏิรูปที่ดินไดหรือไมนั้น ก็จะตองพิจารณาตามบทบัญญัติ
               แหงประมวลกฎหมายที่ดินเปนหลัก สําหรับผูที่บุกเบิกกอสรางเขาครอบครองที่ดินที่เปนทรัพยสินของแผนดิน

               อันมิใชสาธารณสมบัติของแผนดินกอนวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใชบังคับโดยไดแจงการครอบครองที่ดิน

               ตามแบบ ส.ค.1 มาตรา 5 วรรคหนึ่ง แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 ภายใน

               หนึ่งรอยแปดสิบวันนับแตวันที่พระราชบัญญัติดังกลาวใชบังคับ นั้น ยอมถือไดวามีสิทธิครอบครอง (คําพิพากษา
               ฎีกาที่ 856-857/2508) และมีสิทธิขอรับหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินไดตามมาตรา 58 แหงประมวลกฎหมายที่ดิน




                                                                       รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง “เพื่อปรับปรุงแกไข  409
                                                                นโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนดานที่ดินและปาไม”
   425   426   427   428   429   430   431   432   433   434   435