Page 431 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง เพื่อปรับปรุงแก้ไขนโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนด้านที่ดินและป่า
P. 431

สํานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ
                National Human Rights Commission of Thailand


                ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแกไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2521 และมาตรา 59
                แหงประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งแกไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 96 ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ

                พ.ศ. 2515 ไมวาจะมีการประกาศเขตปฏิรูปที่ดินในภายหลังหรือไมก็ตาม

                            สําหรับผูที่มิไดแจงการครอบครองที่ดินตามแบบ ส.ค.1 ภายในระยะเวลาดังกลาว มาตรา 5

                วรรคสอง แหงพระราชบัญญัติดังกลาวบัญญัติวา ใหถือวาบุคคลดังกลาวเจตนาสละสิทธิครอบครองที่ดิน
                เวนแตผูวาราชการจังหวัดจะไดมีคําสั่งผอนผันใหเปนการเฉพาะราย มาตรา 5 วรรคสองนี้ ตอมาไดถูกยกเลิก

                โดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 96 ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ พ.ศ. 2515 แตอยางไรก็ดี เพื่อแกไขปญหา

                ในเรื่องการผอนผันเวลาแจงการครอบครองนี้ ประกาศของคณะปฏิวัติดังกลาวไดแกไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมาย

                ที่ดินโดยเพิ่มมาตรา 27 ทวิ เรงรัดใหผูวาราชการจังหวัดพิจารณาคํารองขอผอนผันการแจงการครอบครอง
                ดังกลาวที่ยื่นตอผูวาราชการจังหวัดกอนที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ใชบังคับใหเสร็จสิ้นโดยมิชักชา

                และเพิ่มมาตรา 27 ตรี กําหนดหลักเกณฑและวิธีการในการแจงการครอบครองที่ดินที่ยังมิไดแจงการครอบครอง

                กอนที่ประกาศของคณะปฏิวัติใชบังคับขึ้นใหมอีกทางหนึ่งดวย และใหผูที่แจงการครอบครองตามมาตรา 27 ตรี

                ขอออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินไดตามมาตรา 59 ทวิ
                            นอกจากนี้ การกําหนดเขตปาสงวนแหงชาติตามพระราชบัญญัติปาสงวนแหงชาติ พ.ศ. 2507

                จะทําใหราษฎรผูมีใบแจงการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) ตองยื่นคํารองภายในกําหนดเวลาตามมาตรา 12 วรรคหนึ่ง

                แหงพระราชบัญญัติดังกลาวหรือไมนั้น เห็นวา มาตรา 12 วรรคสาม ไดบัญญัติไวโดยชัดแจงวา มาตรา 12

                วรรคหนึ่งไมใชบังคับแกกรณีสิทธิในที่ดินที่บุคคลมีอยูตามประมวลกฎหมายที่ดิน  และโดยที่มาตรา 1
                แหงประมวลกฎหมายที่ดินไดบัญญัติไววา “สิทธิในที่ดิน” หมายความวากรรมสิทธิ์และใหหมายความรวมถึง

                สิทธิครอบครองดวย ฉะนั้น ราษฎรผูมีใบแจงการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) หรือแจงการครอบครองตาม

                ประมวลกฎหมายที่ดินแลวถือไดวาเปนผูมีสิทธิในที่ดินตามความหมายของบทนิยามคําวา “สิทธิในที่ดิน”

                ในมาตรา 1 แหงประมวลกฎหมายที่ดิน จึงไมตองยื่นคํารองภายในเกาสิบวันนับแตวันที่กฎกระทรวงใชบังคับ
                ตามมาตรา 12 วรรคหนึ่ง แหงพระราชบัญญัติดังกลาว โดยไมถือวาสละสิทธิหรือประโยชนในที่ดินนั้น ดังนั้น

                สิทธิของราษฎรนั้นยอมไมถูกกระทบกระเทือนและยังคงมีสิทธิขอรับหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินนั้นไดตอไป


                            6.3  เรื่องเสร็จที่ 781/2535 บันทึกเรื่อง การเดินสํารวจออกโฉนดที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน
                            คณะกรรมการกฤษฎีกา (กรรมการรางกฎหมาย คณะที่ 7) เห็นวา ผูครอบครองและทําประโยชน

                ในที่ดินกอนประมวลกฎหมายที่ดินใชบังคับ ซึ่งมิไดแจงการครอบครองภายในระยะเวลาที่กําหนดไวตามมาตรา 5

                วรรคหนึ่ง แหงพระราชบัญญัติใหใชประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 และไมไดรับผอนผันจากผูวาราชการ

                จังหวัด นั้น วรรคสองของบทบัญญัติดังกลาวกําหนดใหถือวาบุคคลนั้นเจตนาสละสิทธิครอบครองที่ดิน
                และรัฐมีอํานาจจัดที่ดินนั้นตามบทบัญญัติแหงประมวลกฎหมายที่ดิน แมตอมามาตรา 5 วรรคสองนี้ไดถูกยกเลิก




         410     รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง “เพื่อปรับปรุงแกไข
                 นโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนดานที่ดินและปาไม”
   426   427   428   429   430   431   432   433   434   435   436