Page 428 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง เพื่อปรับปรุงแก้ไขนโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนด้านที่ดินและป่า
P. 428

สํานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ
                                                                                               National Human Rights Commission of Thailand

               การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 มาตรา 4 จึงเปนผูขาดคุณสมบัติในการเขาทําประโยชนในเขต

               ปฏิรูปที่ดิน ส.ป.ก. จึงมีสิทธิที่จะเพิกถอนหนังสืออนุญาตใหเขาทําประโยชนในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก.4 - 01 ก.)

                            การที่จะตองเวนคืนที่ดินเพื่อนํามาปฏิรูปที่ดินนั้น ที่ดินพิพาทตองเปนของประชาชนไมใชของรัฐ

               เมื่อฟงขอเท็จจริงวาที่ดินเปนของรัฐแลว ส.ป.ก.ก็ไมจําตองเวนคืนที่ดิน
                            5.7  คําพิพากษาศาลฎีกาที่ 8371/2551 วินิจฉัยวา พระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

               พ.ศ. 2518 มาตรา 36 ทวิ วรรคหนึ่ง ที่กําหนดให ส.ป.ก. เปนผูถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินหรืออสังหาริมทรัพยใด ๆ

               ที่ไดมาก็เพื่อนําไปใชในการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม มิไดมุงหมายให ส.ป.ก. มีกรรมสิทธิ์เชนเดียวกับ

               เจาของทรัพยสินทั่วไปที่มีสิทธิตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา 1336 เมื่อที่ดินพิพาทเดิมเปนปาสงวน
               แหงชาติเปนที่ดินของรัฐ แมถูกเพิกถอนสภาพจากการเปนปาสงวนแหงชาติ อันเนื่องจากการดําเนินการ

               ตามพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 มาตรา 26 (4) ก็ยังคงเปนที่ดินของรัฐอยู

               เพียงแตเปลี่ยนประเภทของที่ดิน วัตถุประสงคและการใชประโยชนในที่ดินและเปลี่ยนหนวยงานของรัฐผูดูแล

               และใชประโยชนในที่ดินจากกรมปาไมเปน ส.ป.ก. โดยให ส.ป.ก. เปนผูถือกรรมสิทธิ์เพื่อใชในการปฏิรูปที่ดิน
               เพื่อเกษตรกรรมตามมาตรา 36 ทวิ ยังคงเปนที่ดินของรัฐตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 2 ไมอาจถือไดวา ส.ป.ก.

               เปนบุคคลผูไดมาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทตามกฎหมายอื่นตามประมวลกฎมายที่ดิน มาตรา 3 (2) ที่ดินพิพาท

               จึงไมมีบุคคลไดมาตามกฏหมายที่ดิน การที่ ส.ป.ก. ออกหนังสืออนุญาตใหเขาทําประโยชนในเขตปฏิรูปที่ดิน

               (ส.ป.ก. 4-01 ก.) ใหแกเกษตรกรจึงเปนเพียงหนังสืออนุญาตใหเขาทําประโยชนในที่ดินเทานั้นไมมีผลเปลี่ยนแปลง
               สถานะทางกฎหมายของที่ดินนั้น

                            การที่ไดที่ดินที่มีหนังสืออนุญาตใหเขาทําประโยชนในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4 - 01 ก.) มาไมอาจ

               ถือไดวาเปนการไดมาซึ่งกรรมสิทธิ์ในที่ดินตามกฎหมายอื่นตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 3 (2) จึงยังมิได

               มีบุคคลไดมาตามประมวลกฎหมายที่ดิน และยังคงเปนปาตามพระราชบัญญัติปาไม พุทธศักราช 2484
               มาตรา 4 (1) การที่ตัดฟนโคนไมประดูอันเปนไมหวงหามประเภท ก. ในที่มีหนังสืออนุญาตใหเขาทําประโยชน

               ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4 - 01 ก.) โดยไมไดรับอนุญาตจากพนักงานเจาหนาที่ จึงมีความผิดฐานทําไมหวงหาม

               โดยไมไดรับอนุญาต

                            5.8  คําพิพากษาศาลฎีกาที่ 4049/2552 วินิจฉัยวา ที่ดินที่โจทกอางวามีสิทธินั้นเปนที่ดิน
               ในเขตปฏิรูปที่ดิน ซึ่งตามพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 มาตรา 19 (7) บัญญัติ

               ใหคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมมีอํานาจหนาที่และความรับผิดชอบในการกําหนดหลักเกณฑ

               วิธีการและเงื่อนไขในการคัดเลือกเกษตรกรและสถาบันเกษตรกร ซึ่งจะมีสิทธิไดรับที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

               ดังนี้บุคคลหรือเกษตรกรที่จะเขามาอยูในเขตปฏิรูปที่ดินได ตองไดรับการพิจารณาและอนุมัติจากคณะกรรมการ







                                                                       รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง “เพื่อปรับปรุงแกไข  407
                                                                นโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนดานที่ดินและปาไม”
   423   424   425   426   427   428   429   430   431   432   433