Page 426 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง เพื่อปรับปรุงแก้ไขนโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนด้านที่ดินและป่า
P. 426

สํานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ
                                                                                               National Human Rights Commission of Thailand

               การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) อนุญาตใหจําเลยเขาทําประโยชน ซึ่งขอเท็จจริงในสวนนี้ถามีอยูจริง

               จะทําใหการกระทําไมเปนความผิด  การที่มีไมมะมวงปาซึ่งยังไมไดแปรรูปดังกลาว  จึงไมมีความผิด

               ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 62 วรรคหนึ่ง

                            5.4  คําพิพากษาศาลฎีกาที่ 4347/2544  วินิจฉัยวา ที่ดินพิพาทอยูในโซนซีของปาสงวนแหงชาติ
               ซึ่งกรมปาไมยังมิไดสงมอบพื้นที่ใหแกคณะกรรมการปฏิรูปที่ดิน แมจะมีพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตปฏิรูปที่ดิน

               ออกมาแลวแตพระราชกฤษฎีกาดังกลาวเปนเพียงการกําหนดขอบเขตของที่ดินที่จะทําการปฏิรูปที่ดินเทานั้น

               ไมไดมีผลเปนการเพิกถอนปาสงวนแหงชาติในทันที ยังคงปาสงวนแหงชาติอยูเชนเดิม ที่พิพาทจึงยังคงมี

               สภาพเปนปาสงวนแหงชาติ
                            5.5  คําพิพากษาศาลฎีกาที่ 406/2550 ที่ดินพิพาทอยูในเขตปาสงวนแหงชาติแตไดมีการ

               ออกพระราชกฤษฎีกากําหนดใหเปนเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมแลว และไดประกาศในราชกิจจานุเบกษา

               ซึ่งมีผลตามกฎหมายวาประชาชนไดทราบพระราชกฤษฎีกา และกรมปาไมไดสงมอบพื้นที่ดังกลาวใหสํานักงาน

               การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมแลว ถือไดวาเปนการเพิกถอนสภาพปาสงวนแหงชาติในบริเวณพื้นที่พิพาท
               ตาม พ.ร.บ.การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ.2518 มาตรา 26 (4) ที่ดินพิพาทจึงไมมีสภาพเปนปาสงวน

               แหงชาติ  เมื่อโตแยงสิทธิครอบครองยอมมีอํานาจฟอง

                            5.4 คําพิพากษาศาลฎีกาที่ 4132/2550 วินิจฉัยวา ซื้อที่ดินพิพาทซึ่งอยูในเขตปาสงวนแหงชาติ

               จึงมิไดมีสิทธิครอบครองที่ดินที่ซื้อตามกฎหมาย และตอมาไดมีการกําหนดใหที่ดินในทองที่ที่ดินพิพาทเปนเขต
               ปฏิรูปที่ดิน ตามพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 มาตรา 26 (4) กําหนดวา

               เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติใหดําเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมในที่ดินเขตปาสงวนแหงชาติสวนใดแลว

               เมื่อ ส.ป.ก. จะนําที่ดินแปลงใดในสวนนั้นไปดําเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ใหพระราชกฤษฎีกากําหนด

               เขตปฏิรูปที่ดินมีผลเปนการเพิกถอนปาสงวนแหงชาติในที่ดินแปลงนั้น และใหสํานักงานการปฏิรูปที่ดิน
               เพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) มีอํานาจนําที่ดินแปลงนั้นมาใชในการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมได และมาตรา 36 ทวิ

               กําหนดวา บรรดาที่ดินหรืออสังหาริมทรัพยใด ๆ ที่ ส.ป.ก. ไดมา ตามพระราชบัญญัตินี้หรือไดมาโดยประการอื่น

               ที่มีวัตถุประสงคเพื่อประโยชนในการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมไมใหถือวาเปนที่ราชพัสดุ และให ส.ป.ก.

               เปนผูถือกรรมสิทธิ์เพื่อใหใชในการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ดังนี้ เมื่อที่ดินพิพาทอยูในเขตปฏิรูปที่ดิน
               บุคคลจะมีสิทธิเขาครอบครองไดก็แตโดยการไดรับเอกสารสิทธิจาก ส.ป.ก. เมื่อ ส.ป.ก. ยังมิไดอนุญาตใหเปน

               ผูมีสิทธิเขาทําประโยชนในที่ดินพิพาท จึงยังไมมีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาท ทั้งหลังจากยื่นคําขอเขาทํา

               ประโยชนแลว มิไดเขาครอบครองทําประโยชนในที่ดินพิพาท จึงยังไมมีสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทอยางใด

               เพียงแตอางวาไดไถปรับที่ดินไว หลังจากนั้นอีกประมาณ 1 ป จึงไปดูที่ดินพบวา บุคคลอื่นเขาไปทําประโยชน
               ในที่ดินพิพาทแลว การที่อางวาเพียงแตไถปรับที่ดินทิ้งไว โดยไมทําประโยชนอะไรนานเปนป ถือไมไดวา





                                                                       รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง “เพื่อปรับปรุงแกไข  405
                                                                นโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนดานที่ดินและปาไม”
   421   422   423   424   425   426   427   428   429   430   431