Page 425 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง เพื่อปรับปรุงแก้ไขนโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนด้านที่ดินและป่า
P. 425
สํานักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ
National Human Rights Commission of Thailand
5. คําพิพากษาศาลฎีกา
5.1 คําพิพากษาศาลฎีกาที่ 9780/2539 วินิจฉัยวา ในกรณีมีที่ดินสาธารณประโยชน
ของแผนดินสําหรับพลเมืองใชรวมกันในเขตปฏิรูปที่ดิน พระราชบัญญัติปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518
มาตรา 16 (1) บังคับใหตองจัดที่ดินแปลงอื่นใหพลเมืองใชประโยชนรวมกันแทน และใหมีการประกาศ
ในราชกิจจานุเบกษา เฉพาะกรณีที่ที่ดินอันเปนสาธารณสมบัติของแผนดินนั้น พลเมืองยังคงใชประโยชน
ในที่ดินนั้นอยู หากเปนที่ดินสาธารณประโยชนที่เลิกใชประโยชนแลวก็ไมตองมีการจัดที่ดินแปลงอื่นใหพลเมือง
ใชรวมกันแทนโดยคณะกรรมการประกาศในราชกิจจานุเบกษาแตอยางใด และพระราชกฤษฎีกากําหนดเขตที่ดิน
ใหเปนเขตปฏิรูปที่ดินมีผลเปนการถอนสภาพการเปนสาธารณสมบัติของแผนดินสําหรับที่ดินสาธารณประโยชน
เหลานั้นดวย โดยมิตองดําเนินการถอนสภาพตามประมวลกฎหมายที่ดินอีก พระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดิน
เพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 มาตรา 39 หามบุคคลที่ไดรับสิทธิใหทํากินในที่ดินโดยการปฏิรูปที่ดินโอนสิทธิ
ในที่ดินไปยังผูอื่น ดังนั้นหากมีการทําสัญญาซื้อขายที่ดินดังกลาวกันเอง ก็เปนการขัดกับบทบัญญัติดังกลาว
สัญญาซื้อขายตกเปนโมฆะตามประมวลกฎหมายแพงและพาณิชย มาตรา 113
5.2 คําพิพากษาศาลฎีกาที่ 7545/2542 วินิจฉัยวา ภายหลังเกิดเหตุไดมีพระราชกฤษฎีกา
กําหนดใหทองที่ที่เกิดเหตุเปนเขตปฏิรูปที่ดิน ประกอบกับ พระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
พ.ศ. 2518 มาตรา 26 (4) มีผลเปนการเพิกถอนปาสงวนแหงชาติ ดังนี้ เมื่อที่ดินที่เกิดเหตุสิ้นสภาพ
ความเปนปาสงวนแหงชาติโดยผลของกฎหมายดังกลาว แมบุคคลยังคงยึดถือครอบครองที่ดินที่เกิดเหตุอยู
การกระทําดังกลาวก็ไมเปนความผิดฐานบุกรุกปาสงวนแหงชาติตาม พระราชบัญญัติปาสงวนแหงชาติ พ.ศ. 2507
มาตรา 14 มาตรา 31 วรรคสองกรณีเปนเรื่องที่มีกฎหมายที่บัญญัติในภายหลังบัญญัติใหการกระทําของดังกลาว
ไมเปนความผิดตอไป และยอมพนจากการเปนผูกระทําความผิด ตามประมวลกฎมายอาญา มาตรา 2 วรรคสอง
5.3 คําพิพากษาศาลฎีกาที่ 1022/2544 วินิจฉัยวา ที่ดินที่สํานักงานการปฏิรูปที่ดิน
เพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ไดมาตามพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 สํานักงาน
การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เปนผูถือกรรมสิทธิ์โดยไมตกเปนที่ราชพัสดุตามพระราชบัญญัติ
การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 มาตรา 36 ทวิ ซึ่งเปนการไดกรรมสิทธิ์ในที่ดินมาตามกฎหมายอื่น
ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 3 (2) จึงไมใชปาตามพระราชบัญญัติปาไม พุทธศักราช 2484 มาตรา 4 (1)
การตัดและทอนตนมะมวงปาอันเปนไมหวงหามประเภท ก. ในที่ดินสํานักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
(ส.ป.ก.) ยอมไมเปนการทําไมตามความหมายของมาตรา 4 (5) แหงพระราชบัญญัติปาไม พุทธศักราช 2484
อันไมเปนความผิดตามพระราชบัญญัติปาไม พุทธศักราช 2484 เปนผลใหการไดไมมะมวงปาที่ยังไมไดแปรรูป
เปนการไดมาโดยชอบดวยกฎหมาย เมื่อสําคัญผิดในขอเท็จจริง วาตนมะมวงปาขึ้นอยูในที่ดินที่สํานักงาน
404 รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง “เพื่อปรับปรุงแกไข
นโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนดานที่ดินและปาไม”

