Page 76 - รายงานการศึกษาบทบาทของภาคประชาสังคมในการคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
P. 76

74 รายงานการศึกษา บทบาทของภาคประชาสังคมในการคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง




                        เมื่อพิจารณาพัฒนาการข้อเรียกร้องและความคืบหน้าของขบวนการเคลื่อนไหวทั้งสลัมและ

                  แรงงาน ตลอดจนเงื่อนไขที่เผชิญก็พบว่า แม้จะไม่เห็นความคืบหน้าในระดับนโยบายทางนโยบาย
                  ที่เด่นชัด แต่ในระดับปฏิบัติการก็มีการปรับตัวที่น่าสนใจ  “เครือข่ายสลัม ๔ ภาค” วางยุทธศาสตร์

                  การเคลื่อนไหวที่ยึดหยุ่นและเป็นจริง เช่น การไม่เอาเป็นเอาตายมากนักกับผลักดันร่าง พ.ร.บ.ชุมชน
                  แออัด คณะกรรมการนโยบายชุมชนแออัดแห่งชาติ เพราะยังขึ้นกับเงื่อนไขทางการเมืองที่ซับซ้อน

                  อันจะทำาให้การรวมพลังต่อสู้เป็นไปได้ยาก แต่มุ่งที่การปฏิบัติการที่ส่งผลทางนโยบายได้ เช่น
                  การผลักดันนโยบายการเช่าที่ดินจากการรถไฟฯ และที่ดินริมคูคลอง ที่สามารถปรับระบบการ

                  จัดการที่ดิน การแบ่งปันที่ดินให้ตอบสนองกับชุมชนแออัดที่อยู่อาศัย ทำากินในพื้นที่ได้โดยไม่เกิด
                  ความตึงเครียดทางการเมือง ตรงข้ามกับสหพันธ์เกษตรกรภาคเหนือ ที่ใช้การบุกยึด จู่โจม ไม่

                  ประนีประนอมประสานประโยชน์กับเจ้าของพื้นที่ จึงก่อให้เกิดปฏิกิริยาโต้กลับอย่างฉับพลันของรัฐ

                        ขณะที่ “ขบวนการแรงงาน” เอง แม้ปัญหาการปรับขึ้นค่าแรงตามภาวะเศรษฐกิจ (ปัจจุบัน
                  นโยบาย ๓๐๐ บาท) ยังเป็นปัญหาใหญ่ที่ยังคลี่คลายไม่ได้ แต่การยกระดับข้อเสนอไปถึงเรื่องหลัก
                  ประกันการว่างงาน และอื่นๆ ก็มีแนวโน้มที่จะขยายฐานมวลชนจากกลุ่มฐานล่างไปสู่คนชั้นกลาง

                  ได้ง่ายขึ้น

                        สิ่งที่น่าพิจารณาอีกประการ คือ “ขบวนการคนจนเมือง” มิได้มุ่งเน้นต่อสู้ในพื้นที่สาธารณะ
                  ผ่านสื่อเท่าใดนัก  ดังนั้น ฝ่ายรัฐเองก็ไม่ได้ตอบโต้ทางวาทกรรมเช่นกัน การมีพื้นที่สาธารณะที่แคบ

                  เมื่อเปรียบเทียบกับขบวนการคนจนชนบท จะเป็นปัญหาการยกระดับการขับเคลื่อนทางนโยบาย
                  หรือไม่ ยังเป็นสิ่งที่ขบวนการคนจนเมืองต้องวิเคราะห์ และกำาหนดยุทธศาสตร์ให้เหมาะสม


                        จตุรงค์ บุณยรัตนสุนทร (๒๕๔๖, น. ๔๙ - ๕๐) ได้ให้ขอบเขตของคำาว่า “คนจนเมือง” นั้นว่า

                  คนจนเมืองเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการและระบบเศรษฐกิจสังคมเมือง โดยกลุ่มผู้ด้อยโอกาส
                  ทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมือง ที่อยู่อาศัยในเมืองมักขาดโอกาสในทุกๆ ด้านอย่างทัดเทียมกับ
                  กลุ่มอื่นในสังคม คนจนในเมืองจึงมีความหมายครอบคลุมบุคคลผู้มีรายได้น้อยที่อาศัยอยู่ในชุมชน

                  แออัดและชุมชนผู้มีรายได้น้อยอื่นๆ ในเมือง ลักษณะโดยทั่วไปของคนจนเมือง คือ มักประกอบอาชีพ

                  นอกระบบตามช่องทางและโอกาส เช่น อาชีพรับจ้าง ก่อสร้าง ร้านอาหาร ตลอดจนอาชีพอิสระ เช่น
                  หาบเร่แผงลอย เข็นรถขายของ ขับแท็กซี่ มอเตอร์ไซด์รับจ้าง คุ้ยเขี่ยกองขยะ ฯลฯ จึงเป็นอาชีพที่
                  มีรายได้ไม่แน่นอน ขาดความมั่นคงในอาชีพและรายได้ รวมทั้งขาดความมั่นคงในที่อยู่อาศัยและขาด

                  โอกาสในการเข้าถึงบริการขั้นพื้นฐานต่างๆ

                        อีกทั้งยังต้องเผชิญกับปัญหาการไร่ลื้อที่อยู่อาศัย ความแออัดเสื่อมโทรมของสภาพแวดล้อม
                  ยาเสพติด ปัญหาต่างๆเหล่านี้นำามาซึ่งความเสี่ยงของครอบครัวในทุกด้านทั้งรายได้ สภาพแวดล้อม

                  สุขภาพ ความมั่นคงในครอบครัว การศึกษาของบุตร เป็นต้น
   71   72   73   74   75   76   77   78   79   80   81