Page 73 - รายงานการศึกษาบทบาทของภาคประชาสังคมในการคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
P. 73

รายงานการศึกษา บทบาทของภาคประชาสังคมในการคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง 71







                     แนวคิดให้นักวิชาการ นักพัฒนา และประชาชนได้มีโอกาสเรียนรู้ไปพร้อมๆกัน กลุ่มและเครือข่าย

                     ก็จะเกิดพลังความรู้และประสบการณ์ที่ช่วยหนุนเสริมการทำางานซึ่งกันและกันในที่สุด

                           จอน อึ้งภากรณ์ (๒๕๔๐) เห็นว่า ปัญหาที่สำาคัญของเอ็นจีโอ คือ ขาดการวางแผนและการ

                     จัดการวิธีการปฏิบัติงานของตนอย่างเป็นระบบ ทั้งยังไม่ให้ความสำาคัญกับการพัฒนาบุคลากรใน
                     องค์กรเพื่อรองรอบรับการทำางานที่ต้องอาศัยความรู้ ความชำานาญ ประสบการณ์และทักษะมากขึ้น

                     การทำางานโดยอาศัยอุดมการณ์เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ และในปัจจุบันคนทำางานด้านนี้ลดน้อยลง
                     โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ เหตุเพราะค่าครองชีพที่ไม่เพียงพอกับความอยู่รอดท่ามกลางระบบเศรษฐกิจ

                     แบบทุนนิยม รวมทั้งผู้ปฏิบัติงานเอ็นจีโอขาดความเป็นมืออาชีพไม่เหมือนหลายประเทศในยุโรป

                           นอกจากนี้ สมภพ จันทรประภา ผู้ก่อตั้งศูนย์การศึกษาเพื่อพัฒนาลูกหญิงและชุมชน จังหวัด

                     เชียงราย (อ้างถึงในยุทธนา วรุณปิติกุลและสุพิตา เริงจิต, ๒๕๕๓, น. ๑๕๐) ได้ตั้งข้อสังเกตเพื่อเป็น
                     การสะท้อนการทำางานพัฒนาอย่างตรงไปตรงมาอย่างน่าสนใจว่า “ชาวต่างชาติที่ทำางานเพื่อสังคม

                     มักมีเสรีภาพในการพูดคุย แสดงความคิดเห็นอย่างเปิดเผย และเป็นอิสระกว่าในบ้านเรา ทุกคนกล้า
                     ที่จะกล่าวถึงปัญหาของประเทศตนอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่คิดว่าเป็นการเสียหน้าหรือทำาให้ประเทศ

                     ชาติเสื่อมเสียชื่อเสียง ในขณะที่คนอื่นๆ ก็รับฟังอย่างสนใจและให้ความสำาคัญ ดังนั้นคนทำางาน
                     เพื่อสังคมเฉกเช่นเอ็นจีโอจำาเป็นต้องผ่านกระบวนการปฏิบัติและการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง”

                           กล่าวโดยสรุป ดูเหมือนว่า อุดมการณ์หรือฐานคิดที่อยู่เบื้องหลังการทำางานของเอ็นจีโอนั้น
                     มาจากแนวคิดทางการเมืองแบบ “สังคมนิยมมาร์กซิส” ซึ่งถือได้ว่าเป็นร่มใหญ่ในการทำางาน เอ็นจีโอ

                     พยายามสร้างการมีส่วนร่วมจากฐานภาคประชาชน ซึ่งแทบทุกครั้งไปมักขัดแย้งกับรัฐที่พยายาม

                     กำากับหรือควบคุมประชาชนให้อยู่ภายใต้อาณัติ พร้อมกันนั้นก็ตั้งคำาถามเชิงวิพากษ์สม่ำาเสมอต่อ
                     การพัฒนาแบบทุนนิยมซึ่งส่งผลให้เกิดการกดขี่แรงงาน เกิดชุมชนแออัด คนจนเมือง สร้างความ
                     ไม่เป็นธรรมแก่ชาวบ้านหลายด้านทั้งด้านสิ่งแวดล้อม ที่อยู่อาศัย หรือสวัสดิภาพอื่นๆ ที่ผูกโยงกับ

                     คุณภาพชีวิตของประชาชน นอกจากนี้ เอ็นจีโอยังมีส่วนสำาคัญในการสร้างวาทกรรมทางการเมืองใหม่

                     ว่าด้วยเรื่อง “ประชาสังคม” และ “การเมืองภาคประชาชน”


                     ๔.๒  คนจนเมือง

                           สถิติของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์กรมหาชน) หรือ พอช. ข้อมูลในปี พ.ศ. ๒๕๔๙

                     พบว่า มีชุมชนที่ต้องเผชิญกับปัญหาความมั่นคงในที่อยู่อาศัยทั่วประเทศ จำานวน ๓,๗๕๐ ชุมชน
                     คิดเป็นจำานวนครัวเรือน ๑,๑๔๐,๐๐๐ ครัวเรือน หรือประมาณ ๕,๑๓๐,๐๐๐ คน เป็นกลุ่มที่อยู่ในที่ดิน
                     ของรัฐ วัด เอกชน หรือที่ผสม มีปัญหาไล่ที่ในระดับต่างๆ ทั้งที่อยู่ในระหว่างการไล่รื้อ/มีข่าวไล่รื้อ

                     รวม ๔๔๕ ชุมชน หรือประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน (เดชา สังขวรรณ และรุ่งนภา เทพภาพ, มปป.,

                     น. ๔๓)  ทั้งนี้ปัญหาโดยทั่วไปของคนจนเมืองที่อยู่ท่ามกลางชุมชนแออัด ได้แก่ การขาดแคลน
   68   69   70   71   72   73   74   75   76   77   78