Page 52 - รายงานการศึกษาบทบาทของภาคประชาสังคมในการคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
P. 52
50 รายงานการศึกษา บทบาทของภาคประชาสังคมในการคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
ในด้านขบวนการป่าชุมชน แม้กฎหมายป่าชุมชนจะตกไป ในปี ๒๕๕๑ เครือข่าย
ป่าชุมชนก็ได้สร้างรูปธรรมการจัดการป่าชุมชนระดับพื้นที่ บางพื้นที่ก็สามารถผลักดันให้องค์การ
บริหารส่วนตำาบล (อบต.) ออกเป็นข้อบัญญัติตำาบลเรื่องการจัดการป่าชุมชนออกมา
ในด้านที่ดิน เกิดเครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย ในปี ๒๕๕๐ ผลักดันเรื่องการ
กระจายการถือครองที่ดิน โฉนดชุมชน ภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้า กองทุนธนาคารที่ดิน และอื่นๆ
และเกิดขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P MOVE) ที่มีรูปแบบรวมตัวของกลุ่มปัญหาต่างๆ
คล้ายสมัชชาคนจน โดยทำาการเรียกร้องนโยบายปฏิรูปที่ดินเป็นหลัก ในปี ๒๕๕๔
ในด้านปัญหามลภาวะอุตสาหกรรม กลุ่มสิ่งแวดล้อมภาคตะวันออกยื่นศาลปกครอง
ระงับ ๗๖ โครงการในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ในปี ๒๕๕๒ ทำาให้เกิดการผลักดันนโยบายตาม
มาตรา ๖๗ ของรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๐ รัฐสร้างหลักเกณฑ์การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ
ประเภทโครงการรุนแรงที่ต้องทำาการประเมินผลกระทบ และมีระเบียบสานักนายกรัฐมนตรีจัดตั้ง
คณะกรรมการองค์การอิสระด้านสิ่งแวดล้อม ในปี ๒๕๕๓ และเตรียมผลักดันให้เป็นพระราชบัญญัติ
องค์การอิสระสิ่งแวดล้อม และพระราชบัญญัติแก้ไข พ.ร.บ. สิ่งแวดล้อม
ประเด็นผลกระทบจากการทำาเหมืองแร่ ก็ได้ประเด็นสาธารณะที่ทำาให้เกิดการรวมตัว
ของชาวบ้านท้องถิ่น องค์กรพัฒนาเอกชน เกิดเป็นเครือข่ายเจ้าของแร่แห่งประเทศไทย ในปี ๒๕๕๔
ที่คัดค้านนโยบาย และโครงการที่กระทบจากการทำาเหมืองแร่
ในท้องถิ่นก็เกิดกลุ่มสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาต่างๆ เช่น เครือข่ายเปลี่ยนตะวันออก
อันเกิดจากการรวมตัวของกลุ่มท้องถิ่นที่ประสบปัญหาด้านทรัพยากร สิ่งแวดล้อม และการพัฒนา
ในปี ๒๕๕๔
ในอีกทางหนึ่งเกิดองค์กรตามรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ คือ คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย
(คปก.) เพื่อทำาหน้าที่ศึกษาและเสนอกฎหมายที่ควรต้องปฏิรูปตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งองค์กรพัฒนา
เอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและอื่นๆ ก็เข้ามามีส่วนร่วมในการปฏิรูปกฎหมาย
กล่าวโดยภาพรวมภายหลังเกิดรัฐประหาร บรรยากาศการเมืองแตกแยกและพุ่งเป้า
ไปที่การเมืองระดับบน ทำาให้พื้นที่การเมืองแบบองค์กรพัฒนาเอกชนที่เน้นไปที่การเมืองของการ
พัฒนาหดหายไปพร้อมๆ กับแหล่งทุนที่สนับสนุนองค์กรพัฒนาเอกชนก็ลดลง ขบวนการประชาชน
ต่างๆ ที่มีองค์กรพัฒนาเอกชนเป็น “กระดูกสันหลัง” (ทำาหน้าที่จัดตั้ง สนับสนุนงบประมาณ สนับสนุน
ข้อมูล และเชื่อมต่อกับกลไกรัฐ) ก็ปรับลดบทบาทเป็นเครือข่ายระดับท้องถิ่น ภาค เครือข่ายระดับชาติ
แม้จะมีอยู่แต่ก็ไม่มีบทบาททางการเมืองเท่าเดิม
ขบวนการทรัพยากร สิ่งแวดล้อม และเกษตร เกิดขึ้นในสายธารการเติบโตขององค์กร
พัฒนาเอกชน และภาคประชาสังคมโดยรวม เริ่มแรกเป็นกลุ่มเล็กทำางานพื้นที่ในฐานะเป็นส่วน
เติมเต็มของรัฐ จนเมื่อทศวรรษ ๒๕๓๐ นโยบายและโครงการรัฐในภาวะเศรษฐกิจทุนนิยมเสรีขยายตัว

