Page 50 - รายงานการศึกษาบทบาทของภาคประชาสังคมในการคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
P. 50

48 รายงานการศึกษา บทบาทของภาคประชาสังคมในการคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง




                              ยุครัฐเข้มแข็ง ประชานิยม (๒๕๔๐ - ๒๕๔๙)

                              ในปี ๒๕๔๐ เป็นจุดเปลี่ยนการเมืองและเศรษฐกิจครั้งใหญ่ คือ เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ

                  ปี ๒๕๔๐ ที่กระทบต่อประชาชนทุกระดับ โดยเฉพาะคนยากจนในชนบท และเกิดรัฐธรรมนูญปี ๒๕๔๐
                  ที่สร้างให้เกิดรัฐบาลที่เข้มแข็งพร้อมกับการรับรองสิทธิประชาชนในรูปแบบต่างๆ รวมทั้งสิทธิชุมชน
                  และมีองค์กรอิสระเพื่อการตรวจสอบ ถ่วงดุลรัฐ

                              การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจในช่วงวิกฤติโดย กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)

                  ได้สร้างแรงตึงเครียดให้กับภาคสังคมอย่างมาก โดยเฉพาะนโยบายการเปิดการค้าเสรี การแปรรูป
                  กิจการและทรัพยากรสาธารณะให้เป็นของเอกชน และอื่นๆ ในห้วงเวลาดังกล่าว ทำาให้ขบวนการ

                  องค์กรพัฒนาเอกชนได้เห็นว่าอำานาจที่กระทบต่อฐานทรัพยากรและละเมิดสิทธิประชาชนไม่ได้มี
                  แต่รัฐ แต่ยังทุนข้ามชาติที่เข้ามาในหลากหลายรูป กระแสความตื่นตัวเรื่องโลกาภิวัตน์ในแง่ผลกระทบ

                  จึงเกิดสูงมาก

                              ขบวนการฐานทรัพยากร เกษตร และอื่นๆ จึงร่วมมือกันเคลื่อนไหว เช่น ตรวจสอบผลก
                  ระทบจากข้อตกลงของการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) ในปี ๒๕๔๒

                  คัดค้านการแปรรูปทรัพยากรสาธารณะตามเงื่อนไขปรับโครงสร้างเศรษฐกิจของธนาคารพัฒนาเอเชีย
                  (ADB) ในปี ๒๕๔๓

                              ในด้านความสัมพันธ์กับรัฐ เมื่อเกิดรัฐบาล พ.ต.ต. ทักษิณ ชินวัตร  ในปี ๒๕๔๓ รัฐบาล

                  ได้ตอบรับข้อเสนอขององค์กรพัฒนาเอกชนหลายประการในระยะแรก เช่น การผลักดันร่างพรบ.
                  ป่าชุมชน ในรัฐสภา และอื่นๆ นอกจากนี้ การเกิดขึ้นขององค์กรอิสระ เช่น สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและ
                  สังคมแห่งชาติ ปี ๒๕๔๓  คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ปี ๒๕๔๔ ก็ได้สร้างพื้นที่ให้กับองค์กร

                  พัฒนาเอกชนในการตรวจสอบนโยบายและโครงการของรัฐ

                              จุดเปลี่ยนสำาคัญอยู่ที่ ปี ๒๕๔๕ เมื่อรัฐบาลตัดสินใจเดินหน้าโครงการท่อก๊าซไทย-
                  มาเลเซีย โดยไม่ฟังเสียงคัดค้านจากองค์กรพัฒนาเอกชน และเกิดเหตุปะทะระหว่างชาวบ้านที่มา

                  ชุมนุมกับเจ้าหน้าที่รัฐ ในอีกด้านหนึ่ง รัฐบาลก็ตัดสินใจที่จะเลือกข้างตามการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่ง
                  ประเทศไทย (กฟผ.) ให้ปิดเขื่อนปากมูล และเกิดเหตุปะทะระหว่างชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่รัฐขึ้น ส่วน

                  ร่างพรบ.ป่าชุมชน รัฐบาลก็ไม่สนใจที่จะผลักดัน ซึ่งร่าง พ.ร.บ. ก็ตกไปในท้ายที่สุด (ในปี ๒๕๕๑ เมื่อ
                  ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินใจว่า การพิจารณาของรัฐสภาที่ให้ผ่านร่างกฎหมายนั้นไม่ครบองค์ประชุม)

                  และที่สำาคัญยิ่งกว่านั้น ก็คือ รัฐบาลทักษิณตัดสินใจดำาเนินการแปรรูปรัฐสาหกิจที่ถือครองทรัพยากร
                  สาธารณะต่างๆ เช่น การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ปตท.) กฟผ. และอื่นๆ ทำาให้ความสัมพันธ์

                  ระหว่างองค์กรพัฒนาเอกชนกับรัฐบาลถึงจุดแตกหัก และร่วมขับไล่รัฐบาลในเวลาต่อมา

                              แต่กระนั้นก็ตาม ในยุคนี้ก็ได้เกิดการเคลื่อนไหวของขบวนการฐานทรัพยากรทั้ง
                  ขบวนการเดิม และขบวนการใหม่ๆ เกิดขึ้น ในปี ๒๕๔๔ ชาวบ้านจังหวัดอุดรธานีที่ได้รับผลกระทบ
   45   46   47   48   49   50   51   52   53   54   55