Page 48 - รายงานการศึกษาบทบาทของภาคประชาสังคมในการคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
P. 48
46 รายงานการศึกษา บทบาทของภาคประชาสังคมในการคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
กระดาษฟินิกซ์ปล่อยน้ำาเสียลงแม่น้ำาพอง ขอนแก่นจนปลาตายตลอดลำาน้ำา ในปี ๒๕๓๖ นับจากนั้น
ปัญหามลภาวะอุตสาหกรรมก็ยังรุนแรงมากขึ้น
ในด้านเขื่อนและการจัดการน้ำา หลังจากกลุ่มสิ่งแวดล้อมสามารถคัดค้านเขื่อนน้ำาโจน
ได้สำาเร็จ ในปี ๒๕๓๑ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้เริ่มโครงการเขื่อนปากมูลและ
เขื่อนแก่งกรุงในช่วงเวลาต่อมา กลุ่มสิ่งแวดล้อมนำาโดยโครงการฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติก็ได้สนับสนุน
จัดตั้งชาวบ้านเพื่อคัดค้านการสร้าง และเรียกร้องการแก้ไขผลกระทบที่เกิดขึ้น กรณีเขื่อนปากมูล
แม้จะเป็นเขื่อนเล็กๆ ไม่มีประสิทธิภาพ ไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน แต่ก็ได้กลายเป็นศึกต่อสู้ยืดเยื้อ
ยาวนาน เพราะเป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีที่ กฟผ. จะไม่ยอมเพลี่ยงพล้ำาต่อองค์กรสิ่งแวดล้อมเช่นเขื่อนน้ำาโจน
อีกต่อไป การต่อสู้ยังได้ยืดเยื้อมาถึงปัจจุบัน จุดกำาเนิดการต่อสู้เขื่อนปากมูลได้ส่งผลให้เกิดขบวนการ
ประชาชนขนาดใหญ่ เกิดเป็นสมัชชาคนจนอันเป็นเครือข่ายชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบจากนโยบาย
และโครงการขนาดใหญ่ทุกประเภทที่กระทบต่อฐานทรัพยากรและคุณภาพชีวิตคนจน ในปี ๒๕๓๘
อย่างไรก็ตาม จากจุดเริ่มต้นการต่อสู้เขื่อนปากมูล ปัญหาขัดแย้งเรื่องเขื่อนก็ยังไม่
จบสิ้น รัฐได้พยายามผลักดันโครงการเขื่อนอื่นๆ โดยในปี ๒๕๓๒ ขณะที่การชุลมุนเรื่องเขื่อนปากมูล
เพิ่งจะเริ่มก่อเค้า รัฐบาลชาติชายก็อนุมัติโครงการจัดการน้ำาขนาดใหญ่ในภาคอีสาน คือ โขง-ชี-มูล
หลายเขื่อนได้สร้างผลกระทบต่อชาวบ้านในเวลาต่อมา เช่น เขื่อนราษีไศล เขื่อนหัวนา และอื่นๆ
อีกมาก ในภาคเหนือ รัฐก็เร่งดำาเนินโครงการ เช่น เขื่อนแก่งเสือเต้น จังหวัดแพร่ ภายใต้ชุดโครงการ
ผันน้ำา กก - ปิง - ยม - น่าน ที่กำาลังดำาเนินควบคู่กับโครงการผันน้ำา เมย - สาละวิน และในภาคกลาง
ก็มีเขื่อนแม่วงก์ นครสวรรค์ เขื่อนเหวนรก ในจังหวัดนครนายก (ต่อมาเป็นเขื่อนขุนด่าน) เขื่อน
ป่าสักชลสิทธิ์ ในภาคใต้ก็มีโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำาปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดาริ หรือเขื่อน
ปากพนัง ที่ดำาเนินการในช่วงปี ๒๕๓๗ - ๒๕๓๘
จากเขื่อนสู่เรื่องพลังงาน ที่ผ่านมารัฐโดย กฟผ. เน้นไปที่โครงการสร้างเขื่อนผลิตไฟฟ้า
แต่เมื่อถูกประชาชนต่อต้านก็เริ่มพัฒนาหาพลังงานอื่นๆ มากขึ้น ในปี ๒๕๓๖ รัฐบาลชวน หลีกภัย
อนุมัติโครงการท่อก๊าซไทย - พม่า ซึ่งส่งผลกระทบต่อป่าและกลุ่มชาติพันธุ์ตามแนวชายแดน องค์กร
สิ่งแวดล้อมและองค์กรสิทธิมนุษยชนได้ออกมาคัดค้านแต่ไม่ประสบความสาเร็จ และในราวปี ๒๕๓๙
รัฐบาลก็ดำาเนินการผลักดันโครงการโรงไฟฟ้าที่บ่อนอกและบ้านกรูด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทำาให้
ชาวบ้านในพื้นที่เริ่มรวมตัวกันคัดค้านในเวลาต่อมา
ขณะเดียวกันในด้านเกษตรกรรม ปัญหาหลัก ก็คือ เกษตรกรรายย่อยจำานวนมาก
ล้มเหลวกับระบบเกษตรแผนใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีการผลิตส่งผลกระทบต่อธรรมชาติ เช่น ปุ๋ยเคมี
สารเคมีกำาจัดศัตรูพืช การกลืนพันธุกรรมพื้นบ้านด้วยพันธุ์พืชส่งเสริมซึ่งเป็นพันธุ์ที่ไม่สามารถขยาย
ผลได้ ทำาให้เกษตรกรเสียค่าใช้จ่ายอย่างหนัก ขณะที่การริเริ่มเกษตรอินทรีย์ เกษตรยั่งยืนกลับ
ไม่ได้รับการส่งเสริม ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาเรื้อรัง แต่จุดขับเคลื่อนนโยบายของภาคประชาชน
ครั้งสำาคัญมาจากการคัดค้านไม่ให้รัฐให้สัตยาบันอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ

