Page 47 - รายงานการศึกษาบทบาทของภาคประชาสังคมในการคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
P. 47
รายงานการศึกษา บทบาทของภาคประชาสังคมในการคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง 45
ในช่วงเวลานี้ ขบวนการสิ่งแวดล้อมได้เริ่มก่อตัวแยกเป็นประเด็น ในด้านป่าไม้
หลังจากที่ผลักดันให้ยกเลิกสัมปทานไม้สำาเร็จ ชาวบ้านที่ปกปักรักษาป่าร่วมกับองค์กรพัฒนาเอกชน
ระดับนโยบาย ได้แก่ โครงการฟื้นฟูชีวิตและธรรมชาติ และองค์กรพัฒนาเอกชนในภาคเหนือและ
อีสาน และนักวิชาการศึกษาและนำาเสนอนโยบายจัดการป่าในรูปแบบ “ป่าชุมชน” โดยเสนอเป็นร่าง
พระราชบัญญัติป่าชุมชนฉบับประชาชนเป็นครั้งแรกในปี ๒๕๓๖ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ประชาชนคิด
ร่างกฎหมายขึ้นเอง และเป็นจุดเริ่มต้นของแนวคิดสิทธิชุมชนบนฐานทรัพยากรธรรมชาติ
การต่อสู้เรื่องป่าและที่ดินในเขตป่ายังคงปะทุต่อเนื่อง เมื่อรัฐบาลเริ่มโครงการจัดสรร
ที่ทำากินให้แก่ราษฎรผู้ยากไร้ในเขตป่าสงวนเสื่อมโทรม (คจก.) ในปี ๒๕๓๔ โดยเป็นโครงการมุ่ง
อพยพชาวบ้านในพื้นที่ป่าสงวนในภาคอีสานออกมาเพื่อต้องการพื้นที่ดังกล่าวไปปลูกไม้ยูคาลิปตัส
เหตุการณ์ดังกล่าว ชาวบ้านโดยการสนับสนุนจากองค์กรพัฒนาเอกชนเดินขบวนครั้งใหญ่เพื่อคัดค้าน
โครงการ นับเป็นประวัติศาสตร์หน้าแรกของการเมืองบนท้องถนน จนต่อมาก็มีสมัชชาชาวนาชาวไร่
อีสาน ในปี ๒๕๓๕ ที่เรียกร้องปัญหาทุกด้านของเกษตรกรอีสาน ส่วนในภาคเหนือกำาลังเจอปัญหา
หนัก เมื่อกรมป่าไม้หลังจากสูญเสียอำานาจและผลประโยชน์จากสัมปทานไม้ ก็เริ่มนโยบายประกาศ
เขตป่าอนุรักษ์เพื่อสงวนพื้นที่อำานาจของตนไว้ ทำาให้เกิดการประกาศเขตป่าอนุรักษ์ครอบทับพื้นที่
ชุมชนจำานวนมาก ชาวบ้านโดยเฉพาะกลุ่มชาติพันธุ์บนที่สูง เช่น คนกะเหรี่ยง ก็ได้ร่วมตัวกันเครือข่าย
กลุ่มเกษตรกรรมภาคเหนือ (คกน.) ในปี ๒๕๓๘ เพื่อผลักดันการแก้ปัญหาเขตป่าอนุรักษ์ทับพื้นที่ชุมชน
และผลักดันกฎหมายป่าชุมชน
ในด้านที่ดินที่อยู่นอกเขตป่า แม้จะมีปัญหาที่ดิน เช่น เกษตรกรสูญเสียที่ดิน การกว้าน
ซื้อที่ดิน การกระจุกตัวที่ดินจะรุนแรงต่อเนื่อง แต่ก็ไม่ได้มีการรวมตัวเป็นขบวนการเคลื่อนไหวที่
ชัดเจนนัก ทำาให้ไม่เกิดแรงขับเคลื่อนเชิงนโยบาย
ในทางทะเล เมื่อการประมงพาณิชย์โดยเรืออวนลาก อวนรุนได้จับปลาเกือบหมด
ท้องทะเล จึงได้รุกเข้ามาแนวชายฝั่ง กระทบต่อฐานทรัพยากรชายฝั่งอันเป็นแหล่งหากินของชาว
ประมงพื้นบ้าน จึงเกิดการรวมตัวกันเป็นสมาพันธ์ประมงพื้นบ้านภาคใต้ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน
ในปี ๒๕๓๖
ในด้านปัญหาสิ่งแวดล้อมจากภาคอุตสาหกรรม หลังจากปัญหาแทนทาลัมเมื่อ
ปี ๒๕๒๙ ก็มาเกิดเหตุการณ์สารเคมีที่ท่าเรือคลองเตยระเบิดในปี ๒๕๓๔ บวกกับปัญหามลภาวะ
อุตสาหกรรมในภาคตะวันออกที่เริ่มขยายตัว ทำาให้เกิดกลุ่มศึกษาปัญหาสิ่งแวดล้อมพัฒนา
มาเป็นมูลนิธิบูรณะนิเวศ และเกิดเครือข่ายท้องถิ่นที่ต่อสู้กับปัญหาดังกล่าว ปัญหาสิ่งแวดล้อม
เหล่านี้เป็นแรงผลักดันให้รัฐบาลในสมัยนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกรัฐมนตรี ต้องตรา
พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ๒๕๓๕ ส่งผลให้เกิดการจัดตั้งหน่วยราชการ
ด้านสิ่งแวดล้อมโดยตรง และมีการกำาหนดกรอบให้โครงการขนาดใหญ่ต้องทำาการประเมินผลกระทบ
สิ่งแวดล้อม (EIA) แต่ในช่วงเวลาต่อมาไม่นานปัญหาสิ่งแวดล้อมก็ยังปะทะต่อไปเมื่อโรงงานผลิต

