Page 45 - รายงานการศึกษาบทบาทของภาคประชาสังคมในการคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
P. 45

รายงานการศึกษา บทบาทของภาคประชาสังคมในการคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง 43







                                 ยุคเติบโตประชาธิปไตยและทุนนิยมหลัง ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖

                                 เหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๑๖ นับเป็นจุดเปลี่ยนทั้งในเชิงกระแสการเมืองประชาธิปไตย

                     การก่อรูปขบวนการประชาสังคม และความสนใจปัญหาความไม่เป็นธรรมทางสังคมที่ให้น้ำาหนัก
                     ไปที่ภาคชนบท และแรงงานในภาคอุตสาหกรรมฐานะพื้นที่ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ทั้งโดยก่อน
                     หน้านี้ก็ได้มีการก่อตั้งองค์กรพัฒนาเอกชนที่สำาคัญ ก็คือ มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทย (บชท.)

                     โดยอาจารย์ป๋วย อึ้งภากรณ์ จึงทำาให้เกิดกระแสการทำางานพัฒนาชนบทโดยภาคประชาสังคมซึ่งก็คือ

                     องค์กรพัฒนาเอกชน
                                 กระแสการตื่นตัวทางการเมืองที่เล็งเข็มทิศไปที่ชนบท ก่อให้เกิดการรวมตัวของชาวนา

                     ชาวรไร่ที่ประสบปัญหาที่ดิน ก่อตัวเป็นสหพันธ์ชาวนาชาวไร่แห่งประเทศไทยในปี ๒๕๑๗ เพื่อ
                     เรียกร้องปัญหาชาวนา  โดยมีปัญหาที่ดินเป็นปัญหาสำาคัญ แรงผลักดันดังกล่าวทำาให้รัฐบาลสัญญา

                     ธรรมศักดิ์ ออกพระราชบัญญัติปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และพระราชบัญญัติควบคุมค่าเช่านา
                     ปี ๒๕๑๘ พร้อมกัน นับได้ว่าสหพันธ์ชาวนาชาวไร่ฯ เป็นขบวนการมวลชนรากหญ้าแรกสุดที่ผลักดัน

                     ในเรื่องการจัดสรรทรัพยากรระดับนโยบาย แต่เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหลังเหตุการณ์
                     ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ กลุ่มอนุรักษ์นิยมมีบทบาทนำา ทำาให้ภาคประชาสังคมหดตัวลง กลุ่มเคลื่อนไหว

                     ด้านทรัพยากร อย่างสหพันธ์ชาวนาชาวไร่ฯ ก็ยุติบทบาทลงโดยปริยาย

                                 ในด้านองค์กรพัฒนาเอกชน หลังจากนโยบาย ๖๖/๒๓ ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษา
                     ปัญญาชนที่หนีรัฐเข้าป่าไปร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์กลับมาเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย  องค์กรพัฒนา

                     เอกชนที่ทำางานในชนบทก็ขยายตัวมากขึ้น โดยในช่วงดังกล่าวใด้รับเงินสนับสนุนจากหน่วยงาน
                     การพัฒนาจากต่างประเทศที่เข้ามาในบรรยากาศสงครามเย็น โดยมุ่งหวังส่งเสริมการพัฒนา อุดรอยรั่ว

                     ช่องโหว่ที่รัฐไปไม่ถึง ในอีกทางหนึ่งเพื่อไม่ให้ขบวนการคอมมิวนิสต์ในอินโดจีนแผ่มาครอบคลุมไทยได้
                     องค์กรพัฒนาเอกชนในช่วงนั้นทำางานจากปัญหาพื้นฐานของชุมชน ไมได้เจาะจงเป็นประเด็น และยัง

                     ไม่ได้มีบทบาทวิพากษ์วิจารณ์นโยบายกระแสหลัก หรือมีบทบาทเสนอทิศทางการพัฒนาทางเลือก
                     แต่อย่างใด

                                 กล่าวโดยสรุป ยุคนี้รัฐเร่งรัฐพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และนำาเข้าเทคโนโลยีใหม่เพื่อ

                     ปฏิรูประบบการใช้ทรัพยากรและการผลิตให้เข้มข้นขึ้น พร้อมกับตั้งหน่วยงานส่งเสริมนวตกรรมใหม่
                     ให้เป็นที่ยอมรับแก่ประชาชน จุดเปลี่ยนอยู่ที่วิกฤติการณ์น้ำามันของโลก ในปี ๒๕๑๘ และความขัดแย้ง

                     ทางการเมืองในยุคสงครามเย็น เกิดแรงสนับสนุนให้รัฐไทยเปลี่ยนนโยบายจากการผลิตเพื่อทดแทน
                     การนำาเข้ามาเป็นการผลิตเพื่อส่งออก โดยมีต่างประเทศ คือ ญี่ปุ่นที่เกิดวิกฤติการเงินจนต้องย้าย

                     ฐานการผลิตมาประเทศไทย องค์กรพัฒนาเอกชนเริ่มเกิดขึ้นในยุคนี้โดยนักศึกษา ปัญญาชนที่สนใจ
                     ปัญหาชนบทแต่การทำางานขององค์กรพัฒนาเอกชนยังเป็นการเติมเต็มส่วนที่การพัฒนาของรัฐไป

                     ไม่ถึง หรือเป็นส่วนขยายของรัฐ ยังไม่ได้พัฒนาเป้าหมายหรือแนวทางที่แตกต่างหรือขัดแย้งกับรัฐ
                     และทุนนิยมเท่าใดนัก
   40   41   42   43   44   45   46   47   48   49   50