Page 21 - รายงานการศึกษาบทบาทของภาคประชาสังคมในการคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
P. 21
รายงานการศึกษา บทบาทของภาคประชาสังคมในการคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง 19
๒.๓ พัฒนาการของภาคประชาสังคมของประทศไทย
เหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ นับเป็นเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ในการเรียกร้องประชาธิปไตย
และเสรีภาพของนักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชนที่ได้ลุกขึ้นมาโค่นล้มรัฐบาลเผด็จการของ
จอมพลถนอม กิตติขจร และจอมพลประภาส จารุเสถียร ได้เป็นผลสาเร็จ ชัยชนะในครั้งนั้นได้ทำาให้
เกิดการตื่นตัวเรื่องสิทธิ เสรีภาพ และประชาธิปไตยในสังคมไทยอย่างกว้างขวาง เพียง ๕ สัปดาห์
หลังจากเหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ นักวิชาการ ทนายความ และประชาชนผู้รักประชาธิปไตย
จากวงการต่างๆ ที่ต้องการสิทธิเสรีภาพ ความยุติธรรม และประชาธิปไตยที่แท้จริง ได้ร่วมกัน
ก่อตั้ง “สหภาพเพื่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน” ขึ้น เมื่อวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๑๖ ซึ่งอาจนับได้ว่า
“สหภาพเพื่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน” เป็นองค์กรของภาคประชาสังคมองค์กรแรกที่เกิดขึ้นหลัง
เหตุการณ์ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ ซึ่งมีบทบาทสำาคัญในการเผยแพร่หลักการแห่งสิทธิเสรีภาพ ตลอดจน
ดำาเนินการพิทักษ์สิทธิมนุษยชน โดยมุ่งประโยชน์เพื่อส่วนรวมเป็นสำาคัญ จนกระทั่งถึงเหตุการณ์
นองเลือด ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ซึ่งตามมาด้วยการประกาศใช้กฎอัยการศึกษาทำาให้ “สหภาพเพื่อ
สิทธิเสรีภาพของประชาชน” ต้องยุติบทบาทลงชั่วคราว
หลังจากเหตุการณ์นองเลือด ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ ผ่านไปเกือบ ๒ ปี สถานการณ์ทางการเมือง
คลี่คลายลง เดือนธันวาคม ๒๕๒๑ มีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ และปีต่อมามีการเลือกตั้งทั่วไป
“สหภาพเพื่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน” จึงได้รื้อฟื้นกิจกรรมขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เมื่อกลางปี ๒๕๒๒
ได้ยื่นขอจดทะเบียนเป็นสมาคม และได้รับการอนุญาตจากคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติให้มี
สถานภาพเป็นนิติบุคคล มีฐานะเป็นสมาคม เมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๒๕ โดยใช้ชื่อว่า “สมาคม
สิทธิเสรีภาพของประชาชน” หรือชื่อย่อ “สสส.”
ด้วยปรัชญาในการดำาเนินงานของ สสส. คือ การปกป้องสิทธิของผู้ถูกละเมิดสิทธิให้เท่าเทียม
กับคนทั่วไป โดยเน้นความสำาคัญในคุณค่าของความเป็นมนุษย์ การทำางานของ สสส. มิใช่เพื่อการ
แก้ปัญหาเฉพาะหน้า แต่เป็นการทำางานที่ต้องการผลักดันสังคมให้ก้าวหน้าไปสู่สังคมที่ดีงามและ
มีความยุติธรรมโดยอาศัยหลักกฎหมายที่เป็นธรรม
ภาคประชาสังคมมีบทบาทในสังคมไทยมากขึ้นเป็นลาดับตั้งแต่ปี ๒๕๒๓ เป็นต้นมาโดย
การเกิดองค์กรใหม่ๆ ขึ้นอีกหลายองค์กร ในช่วงนั้น การเคลื่อนไหวทางการเมืองของภาคประชาชน
เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วแทนที่ขบวนปฏิวัติด้วยกำาลังอาวุธที่เสื่อมสลายไป สถานการณ์และเงื่อนไข
ทางสังคมที่ทำาให้ภาคประชาสังคมมีบทบาทมากขึ้นเกิดจากปัจจัย ๕ ประการ คือ
ประการแรก สภาพความยากจนของประชาชนไทยอันเป็นปัญหาที่ยังดำารงอยู่โดยทั่วไป
การกระจายรายได้ ทรัพยากร และผลประโยชน์ในสังคม ยังมีความไม่เท่าเทียมกัน มีความเหลื่อมล้ำา
ต่ำาสูงระหว่างชนบทกับเมืองระหว่างภาคต่างๆ สภาพเช่นนี้นับวันจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นและ
นับเป็นเงื่อนไขสำาคัญอันหนึ่งที่ผลักดันให้ผู้ที่มีความรับผิดชอบต่อสังคมมิอาจทนดูความหายนะต่างๆ

