Page 20 - รายงานการศึกษาบทบาทของภาคประชาสังคมในการคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
P. 20

18 รายงานการศึกษา บทบาทของภาคประชาสังคมในการคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง




                  ที่สำาคัญ ๓ ส่วน คือ

                        ๑)  จิตสำานึกประชาคม (Civic Consciousness)

                           หมายถึง ความคิดและความยอมรับเรื่องการรวมตัวกันอย่างอิสระด้วยความรัก ความเอื้อ
                  อาทร ความยอมรับในความคิดเห็นของกันและกันในอันที่จะเรียนรู้ร่วมกัน หรือแก้ไขปัญหาที่เผชิญอยู่
                  การรวมตัวกันจึงเป็นลักษณะหุ้นส่วน (Partnership) เป็นความสัมพันธ์ในแนวราบ (Horizontal)

                  มีอิสระเท่าเทียมกัน และมีการเรียนรู้ร่วมกัน

                        ๒)  โครงสร้างองค์กรประชาสังคม (Civic Organization)
                           หมายถึง กลุ่มการรวมตัวซึ่งอาจเป็นองค์กรที่เป็นทางการ (นิติบุคคล) หรือไม่เป็นทางการ

                  ก็ได้ เป็นกลุ่มที่รวมตัวกันเฉพาะคราว เฉพาะเรื่องหรือต่อเนื่องก็ได้ สมาชิกของกลุ่มอาจเป็นบุคคลใน
                  ภาครัฐ ภาคธุรกิจ หรือประชาชน หรือรวมกันอยู่ก็ได้ จำานวนสมาชิกไม่จำากัดมีสมาชิกเพียง ๒ - ๓ คน

                  ก็ได้  รูปแบบที่เห็นได้มากที่สุด ก็คือ องค์กรเอกชนสาธารณะประโยชน์ในลักษณะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น
                  มูลนิธิ สมาคม ชมรม สมาพันธ์ สหพันธ์ ชุมนุม สหกรณ์ กลุ่มออมทรัพย์ หรือกลุ่มอื่นๆ ประเด็น

                  สำาคัญการรวมกลุ่มต้องมีจิตสำานึกประชาคมครบถ้วน การรวมกลุ่มที่มีลักษณะจัดตั้ง ชี้นำา ขาดการ
                  สร้าง Partnership ไม่มีการเรียนรู้ร่วมกันและมีลักษณะความสัมพันธ์ในแนวดิ่ง แม้จะเกิดอยู่ใน

                  ชุมชนไม่ว่าจะสนับสนุนโดยภาครัฐหรือองค์กรเอกชนก็ไม่สามารถนับเป็นประชาสังคมได้ เพราะขาด
                  จิตสำานึกประชาสังคม

                        ๓)  เครือข่ายประชาคม (Civic Network)

                           หมายถึง โครงสร้างและกระบวนการซึ่งเชื่อมโยงสมาชิกในกลุ่ม หรือ เชื่อมโยงองค์กรประชา
                  สังคมต่างๆ เข้าด้วยกัน ปัจจัยสำาคัญของเครือข่ายประชาสังคมคือระบบการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ

                  และการประชาสัมพันธ์ด้วยความสมานฉันท์ เครือข่ายประชาสังคมจะเป็นสิ่งที่ช่วยรวมจิตสำานึกของ
                  สมาชิกและองค์กรประชาสังคมต่างๆ ให้เกิด “อำานาจที่สาม” ที่มีความเข้มแข็งในสังคมขึ้นมา

                           ในบริบทของสังคมไทย องค์กรพัฒนาเอกชนเป็นองค์ประกอบหลักและมีบทบาทคล้าย
                  กับภาคประชาสังคม บทบาทขององค์กรพัฒนาเอกชนมีความครอบคลุมสิทธิพลเมืองและสิทธิ

                  ทางการเมืองอย่างกว้างขวาง ไม่ว่าจะเป็นการช่วยเหลือประชาชนให้ได้รับบริการสาธารณะอย่าง
                  มีคุณภาพ ให้ได้รับสิทธิด้านสวัสดิการสังคม สิทธิของแรงงาน เกษตรกร เด็ก สตรี ผู้สูงอายุ คนพิการ

                  รวมถึงการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ การต่อต้านความรุนแรงในครอบครัว การต่อต้าน
                  การทรมาน การคุกคามนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน ซึ่งหน่วยงานของรัฐไม่สามารถแก้ไขปัญหาดังกล่าว

                  ได้อย่างเท่าทันกับปัญหาที่นับวันหนักหน่วงรุนแรงยิ่งขึ้นได้ จึงต้องอาศัยองค์กรพัฒนาเอกชนเข้ามา
                  ช่วยกันแก้ไขปัญหาเหล่านี้  ทั้งนี้เนื่องจากองค์กรพัฒนาเอกชนมีความคล่องตัวสูงในการตอบสนอง

                  ต่อความจำาเป็นและสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น โดยไม่ถูกจำากัดด้วยระเบียบที่แข็งตัวแบบระบบราชการ
                  มีการดำาเนินงานในประเด็นปัญหาหรือพื้นที่ที่ไม่ค่อยจะมีหน่วยงานราชการใดดำาเนินงานอยู่หรือ

                  ไม่สามารถครอบคลุมถึง
   15   16   17   18   19   20   21   22   23   24   25