Page 16 - รายงานการศึกษาบทบาทของภาคประชาสังคมในการคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
P. 16

14 รายงานการศึกษา บทบาทของภาคประชาสังคมในการคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง




                  คำา “ประชาสังคม” ก็คือ มีการใช้ในความหมายที่แตกต่างกันออกไป และมีคุณลักษณะเฉพาะและ

                  พิเศษ คือ ประชาสังคมเป็นแนวคิดเชิงยุทธศาสตร์ (strategic concept) (ชลทิศ ตั้งเจริญ, ม.ป.ป.: ๑)
                  นั่นหมายความว่า การให้ความหมาย ลักษณะ องค์ประกอบ ของประชาสังคม วิธีการขับเคลื่อนประชา

                  สังคมเพื่อนำามาสู่สังคมประชาธิปไตยที่ดีขึ้นอยู่กับประสบการณ์บทเรียน ปัญหาที่ผู้คนที่ละกลุ่มก้อน
                  เผชิญและระบุแนวทางการขับเคลื่อน ผู้วิจัยจะนำาเสนอการให้นิยามความหมายของนักคิด นักวิชาการ

                  บางท่านที่น่าสนใจ ดังนี้

                        ศาสตราจารย์ น.พ. ประเวศ วะสี นับเป็นผู้ที่มีบทบาทสำาคัญในการจุดประกายการคิดในเรื่อง
                  “ประชาสังคม” อย่างเข้มข้น โดยผ่านงานเขียนชิ้นสำาคัญคือ “สังคมสมานุภาพและวิชชา” ซึ่งในงาน
                  เขียนดังกล่าวประกอบกับบทความย่อยๆ และการแสดงปาฐกถาและการอภิปรายในที่ต่างๆ พอ

                  ประมวลเป็นความคิดรวบยอดได้ว่า ในสภาพของสังคมไทยปัจจุบัน ภาคส่วนหลักของสังคมที่มีความ

                  เข้มแข็ง และมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกันอย่างมากคือ ภาครัฐ หรือ “รัฐานุภาพ” และภาคธุรกิจเอกชน
                  หรือ “ธนานุภาพ” ซึ่งปรากฏการณ์นี้ส่งผลทำาให้สังคมขาดดุลยภาพและเกิดความล้าหลังในการพัฒนา
                  ของฝ่ายประชาชนหรือภาคสังคม ซึ่งเรียกว่า “สังคมานุภาพ”  ศาสตราจารย์ น.พ. ประเวศ วะสี จึงมุ่ง

                  ไปที่การทำาอย่างไรที่จะเกื้อหนุนให้ภาคสังคมหรือภาคประชาชนมีความเข้มแข็งและเกิดดุลภาพทาง

                  สังคมขึ้น ที่เรียกว่าเป็น “สังคมสมานุภาพ”  โดยนัยยะนี้จึงเชื่อว่าจะต้องพัฒนาให้เกิดความเข้มแข็ง
                  ที่ชุมชน (ประเวศ วะสี, ๒๕๓๖) จนเกิดคำาขยายความตามมา อาทิ ชุมชนเข้มแข็ง ความเป็นชุมชน
                  เป็นต้น  ดังการให้ความหมายของการเป็น “ชุมชน” ในที่นี้ว่าหมายถึง “การที่ประชาชนจำานวนหนึ่งมี

                  วัตถุประสงค์ร่วมกัน มีอุดมคติร่วมกันหรือมีความเชื่อร่วมกันในบางเรื่อง มีการติดต่อสื่อสารกัน หรือ

                  มีการรวมกลุ่มกัน มีความเอื้ออาทรต่อกัน มีความรัก มีมิตรภาพ มีการเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติบาง
                  สิ่งบางอย่างและมีระบบการจัดการในระดับกลุ่ม” (ประเวศ วะสี, ๒๕๓๙) ซึ่งโดยนัยยะนี้ประชาสังคม
                  ที่เข้มแข็งต้องมีรากฐานที่เกิดจากการมีชุมชนที่หลากหลายและเข้มแข็งด้วย

                        ข้อพึงสังเกตสำาคัญต่อเรื่องการเกื้อหนุนภาคสังคมที่เสนอแนวคิดในเชิงกลยุทธ์ที่ว่าด้วย “ความ

                  ร่วมมือเบญจภาคี” (ต่อมาใช้คาว่า “พหุภาคี”) โดยมองว่าชุมชนในปัจจุบันอ่อนแอมาก  การที่จะทำาให้
                  ชุมชนมีความเข้มแข็งได้นั้น จะต้องเกิดจากความร่วมมือและการทำางานร่วมกันของภาคสังคมต่างๆ

                  ซึ่งรวมทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจเอกชนด้วย  “สังคมสมานุภาพ” จะเกิดขึ้นได้ก็ด้วยกระบวนการถักทอ
                  ความรักของคนในสังคม ของคนในชุมชนถักทอทั้งแนวดิ่ง อันหมายถึง โครงสร้างอำานาจที่เป็น ทางการ

                  และแนวนอนซึ่งหมายถึง พันธมิตร/เพื่อน/เครือข่ายเข้าหากัน ซึ่งหากพิจารณาจากประเด็นนี้
                  การให้ความหมายหรือความสำาคัญของ “ประชาสังคม” ของ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ ประเวศ วะสี นั้น

                  มิได้กล่าวถึง “การปฏิเสธรัฐ” หรือ State Disobedience แต่อย่างใด

                        ศาสตราจารย์ ธีรยุทธ บุญมี และ ศาสตราจารย์ ดร.อเนก เหล่าธรรมทัศน์ สองนักคิดทางสังคม
                  คนสำาคัญที่ได้ให้ความสนใจกับเรื่อง “ประชาสังคม” อย่างมาก โดยศาสตราจารย์ ธีรยุทธ บุญมี มองว่า

                  การแก้ปัญหาพื้นฐานทางสังคมนั้น ควรให้ความสำาคัญกับ “พลังที่สาม” หรือพลังของสังคม
   11   12   13   14   15   16   17   18   19   20   21