Page 17 - รายงานการศึกษาบทบาทของภาคประชาสังคมในการคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง
P. 17
รายงานการศึกษา บทบาทของภาคประชาสังคมในการคุ้มครองสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง 15
หากแม้นว่าสังคมโดยรวมมีความเข้มแข็ง นักธุรกิจ นักวิชาชีพ นักศึกษา ปัญญาชน ชาวบ้าน สามารถ
ร่วมแรงร่วมใจกันผลักดันสังคม ปัญหาต่างๆ ที่เป็นพื้นฐานก็จะสามารถเปลี่ยนแปลงได้ ทั้งนี้ สังคมที่
เข้มแข็งในความหมายของธีรยุทธ บุญมี นั้น จะเน้นที่ลักษณะที่กระจัดกระจาย (Diffuse) พลังทาง
สังคมที่มาจากทุกส่วนทุกวิชาชีพทุกระดับรายได้ ทุกภูมิภาคของประเทศ ซึ่งโดยนัยยะนี้ จะมี
ความแตกต่างจากแนวคิด “ประชาชนเป็นส่วนใหญ่” หรือ “อำานาจของประชาชน” ดังเช่นขบวนการ
เคลื่อนไหวทางการเมืองในอดีตเป็นอย่างมาก (ธีรยุทธ บุญมี, ๒๕๓๖) ขณะที่ ศาสตราจารย์ ดร. เอนก
เหล่าธรรมทัศน์ ได้ให้ความหมายของ “ประชาสังคม” หรือ “อารยสังคม” ที่ครอบคลุมทุกชนชั้นของ
สังคม เน้นเรื่องความสมานฉันท์ ความกลมเกลียว ความกลมกลืนในภาคประชาสังคมมากกว่าการ
ดูที่ความแตกต่างหรือความแตกแยกภายใน อย่างไรก็ตาม มุมมองของ เอนก เหล่าธรรมทัศน์ ได้ให้
ความสนใจเป็นพิเศษกับประเด็นของ “คนชั้นกลาง” “การมีส่วนร่วม” “ความผูกพัน” และ “สำานึกของ
ความเป็นพลเมือง” กล่าวคือ “ประชาสังคม” โดยนัยยะนี้ มิได้หมายถึงความเป็นชุมชนของสังคม
ชนบทเท่านั้นแต่กินความรวมไปถึงคนชั้นกลางภาคเมืองที่ไม่จำาเป็นต้องมีความสัมพันธ์ใกล้ชิด
เป็นเครือญาติหรือเป็นแบบคุ้นหน้า แต่เป็นความผูกพันของผู้คนที่หลากหลายต่อกันบนฐานแห่ง
ความร่วมมือและการแสวงหาการมีส่วนร่วม และด้วยสำานึกที่มีต่อความเป็นพลเมือง หรือ Citizenship
นั่นเอง นอกจากนี้ อเนก เหล่าธรรมทัศน์ ยังได้ตั้งข้อสังเกตที่สำาคัญถึงรากฐานของคนไทย และ
สังคมไทยว่า คนไทยส่วนมากยังมีระบบวิธีคิดว่าตนเองเป็นไพร่ (client) หรือคิดแบบไพร่ที่จะต้องมี
มูลนายที่ดี โหยหาคนดี จึงมักขาดสำานึกของความเป็นพลเมืองและมองปัญหาในเชิงโครงสร้างไม่ออก
(เอนก เหล่าธรรมทัศน์: ๒๕๓๙)
ศาสตราจารย์ ดร. ชัยอนันต์ สมุทวณิช เป็นนักคิดอีกคนหนึ่งที่กล่าวถึง “ประชาสังคม” โดยเน้นที่
การปรับใช้ในบริบทของสังคมไทย ชัยอนันต์ สมุทวณิช มองว่า “ประชาสังคม” หมายถึง ทุกๆ ส่วน
ของสังคมโดยรวมถึง ภาครัฐ ภาคประชาชนด้วย ถือว่าทั้งหมดเป็น Civil Society ซึ่งแตกต่างจาก
ความหมายแบบตะวันตกที่แยกออกมาจากภาครัฐ หรือนอกภาครัฐ แต่หมายถึงทุกฝ่ายเข้ามาเป็น
partnership กัน (ชัยอนันต์ สมุทวณิช, ๒๕๔๑) โดยนัยยะนี้ ชัยอนันต์ สมุทวณิช ให้ความสำาคัญ
กับ Civic movement หรือ “วิถีประชา” ที่เป็นการดำาเนินกิจกรรมของกลุ่มองค์กรต่างๆ โดยเอาตัว
กิจกรรมเป็นศูนย์กลางปราศจากการจัดตั้ง ดังข้อเสนอที่สำาคัญในเชิงยุทธศาสตร์การพัฒนา ในช่วง
ของการจัดทำาแผนพัฒนา ฯ ฉบับที่ ๘ คือ Area - Function - Participation - AFP กล่าวคือจะต้องเน้น
ที่กระบวนการมีส่วนร่วมในการดำาเนินกิจกรรมการพัฒนาของทุกฝ่ายร่วมกันในระดับพื้นที่ (ย่อยๆ)
ซึ่งในที่นี้อาจเป็นพื้นที่จังหวัด อำาเภอ ตำาบล หมู่บ้าน หรือพื้นที่ในเชิงเศรษฐกิจ เช่น เขตพื้นที่ชายฝั่ง
ทะเลภาคตะวันออก เป็นต้น (ชัยอนันต์ สมุทวณิช, ๒๕๓๙)
ไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม อดีตรองนายกรัฐมนตรีสมัยรัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ซึ่งเป็นนักคิด
นักพัฒนาอาวุโสอีกท่านหนึ่งได้ให้ความหมายของ “ประชาสังคม” ว่าหมายถึง “สังคมที่ประชาชน
ทั่วไป ต่างมีบทบาทสำาคัญในการจัดการเรื่องต่างๆ ที่เกี่ยวกับวิถีชีวิตของประชาชน โดยอาศัยองค์กร

